"ประวิตร"เผยบิ๊กตู่สั่งเตรียมรับมือล่วงหน้าทำน้ำไม่ท่วมหนัก
รองนายกฯยอมรับปีนี้ปริมาณน้ำมีมาก เผยถ้านายกฯไม่สั่งเตรียมการณ์ล่วงหน้าคงท่วมหมดแล้ว
รองนายกฯยอมรับปีนี้ปริมาณน้ำมีมาก เผยถ้านายกฯไม่สั่งเตรียมการณ์ล่วงหน้าคงท่วมหมดแล้ว
เมื่อวันที่ 10 ต.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่า ปีนี้น้ำมีมาก ทั้งๆที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ได้สั่งการมาโดยตลอดเพื่อเตรียมรับมือเรื่องดังกล่าวรวมถึงเรื่องงบประมาณ ทั้งเรื่องการผันน้ำ เก็บน้ำ โดยในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ร่วมกันขุดแก้มลิงเก็บน้ำในทุกๆพื้นที่
"ต้องยอมรับว่าน้ำมีมากทั้งน้ำในเขื่อนป่าสัก เขื่อนพระราม6 ที่มีมากต้องผันลงมาที่ จ.อยุธยา ซึ่งถ้าเป็นในอดีตผันน้ำลงมาขนาดนี้ก็คงท่วมหมดแล้ว แต่เราพยายามกระจายน้ำ ทำทุกอย่างไม่ให้เดือนร้อนมาถึง กทม. ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยามีน้ำล้นตลิ่ง แต่ส่วนนี้มีเจ้าหน้าที่เฉพาะดูแลอยู่แล้ว ทั้งกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทหาดไทย"พล.อ.ประวิตร กล่าว
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงกลาโหม ให้กำลังพลของเหล่าทัพ ร่วมถึงหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ของกองทัพไทย กระจายกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งทางผู้บัญชาการเหล่าทัพได้เตรียมการเรื่องนี้มานานแล้ว เนื่องจากทราบว่าปีนี้ฝนตกมากและตกต่อเนื่องกันมานาน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาล "เอาอยู่ไหม" พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะพยายามทำให้ดีที่สุด ถ้านายกรัฐมนตรีไม่ดำเนินการหรือเตรียมการไว้ก่อนหน้านี้ คงจะท่วมกันหมดแล้ว
วันเดียวกัน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. และ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช. กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัย ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงนี้ เนื่องจากปัจจัยหนุนในหลายด้าน อาทิ การระบายน้ำออกจากเขื่อน สภาวะฝนตกที่ยังคงมีต่อเนื่อง พื้นที่รองรับการระบายน้ำมีจำนวนจำกัด ประกอบกับน้ำทะเลที่หนุนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำทำให้เกิดน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่
พล.อ.เฉลิมชัย ได้กำชับให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพบก(ศบภ.ทบ.)ศบภ.ทภ. และหน่วยทหารประจำพื้นที่ ประสานการทำงานอย่างใกล้ชิดกับทางจังหวัด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้ง การทำงานร่วมกับทาง กทม.ในการวางแผนรับมือ และช่วยเหลือประชาชนให้ทันต่อสถานการณ์น้ำ ซึ่งในปัจจุบันทุกส่วนได้ร่วมกันดูแลประชาชนอย่างเต็มที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรและการขนย้ายสิ่งของ







