
ชงตั้งชุมชนฟินเทค
“พล.อ.ประยุทธ์” ประชุมภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชียครั้งแรก ผนึกกำลังรัฐและเอกชน ดึงศักยภาพ เงินทุน ลดความเหลื่อมล้ำ
“พล.อ.ประยุทธ์” ประชุมภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชียครั้งแรก ผนึกกำลังรัฐและเอกชน ดึงศักยภาพ เงินทุน ลดความเหลื่อมล้ำ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมภาคธุรกิจในกรอบความร่วมมือเอเชียครั้งแรก (ACD Connect Business Forum 2016) โดยมีผู้นำจากชาติสมาชิก 34 ประเทศ และผู้นำองค์กรเอกชนขนาดใหญ่เข้าร่วม เมื่อวันที่ 9 ต.ค. โดยนายกฯ เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนและความท้าทายต่างๆ ต้องนำจุดแข็งที่หลากหลายของเอเชีย ผนึกพลังขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังภาคเอกชนถือเป็นพลังสำคัญในการสร้างพลวัตใหม่
“ต้องมีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยรัฐบาลอำนวยความสะดวก กฎ กติกา ระเบียบ กำจัดอุปสรรค เปิดเส้นทางการค้ากับประเทศต่างๆ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นการลงทุนในระยะยาวที่มีผลตอบแทนชัดเจน ในการลดต้นทุนการขนส่งสินค้าและคน เผยแพร่ความรู้ การกระจายสวัสดิการ ยกระดับความเป็นอยู่อย่างทั่วถึง และลดความเหลื่อมล้ำของการพัฒนาประเทศ ดึงดูดเงินทุนที่มีอยู่มากในเอเชียเพื่อตอบโจทย์ความต้องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศ” นายกฯ กล่าว
สำหรับการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาและการเข้าถึงทางการเงินของเอเชีย ไทยก็ใช้ประโยชน์จากฟินเทคและได้ประกาศแผนพัฒนาระบบชำระเงินแห่งชาติ ตั้งเป้าให้ไทยเป็นสังคมไร้เงินสดในอนาคต ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการเงินสดลงกว่า 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ/ปี เมื่อปีที่แล้วเอเชียได้สร้างแรงกระเพื่อมให้กับโลกด้วยการลงทุนด้านฟินเทคเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า คิดเป็นมูลค่าถึง 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการการเงิน การธนาคาร สถาบันการเงินและตลาดทุน สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวในการบรรยายศักราชใหม่ของการเชื่อมโยงทางการเงินในเอเชียว่า เป็นโอกาสดีที่ประเทศสมาชิกจะประกาศกรอบความร่วมมือทางด้านฟินเทค และจัดตั้งเป็นคณะกรรมการฟินเทคของกลุ่มประเทศเอซีดีทั้ง 34 ประเทศ โดยมีคณะกรรมการร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชนของแต่ละประเทศ นำไปสู่การทำมาสเตอร์แพลนในการประชุมครั้งหน้า
“ประเทศที่มีความเชี่ยวชาญมากอย่างญี่ปุ่นและเกาหลี เอาจุดแข็งมาช่วยให้เกิดการพัฒนาร่วมกันโดยเร็ว เพื่อเพิ่มความมั่งคั่งในระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ที่มีการใช้ฟินเทคอย่างแพร่หลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน การค้าแบบอี-คอมเมิร์ซ การซื้อหลักทรัพย์ การลงทุนต่างๆ ที่จะต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในระบบการเงินมากขึ้น” นายวรพล กล่าว
นายรอย เตียว ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมฟินเทคและเทคโนโลยี Monetary Authority of Singapore (MAS) จากสิงคโปร์ กล่าวว่า แต่ละชาติเอเชียควรตั้งชุมชนฟินเทคในแต่ละชาติเพื่อเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลและนวัตกรรมทางเงินร่วมกัน รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านฟินเทคระหว่างกันในอนาคต
สำหรับการประชุมวันที่ 10 ต.ค. นายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่ในจีน จะเป็นผู้แทนนำข้อสรุปผลการหารือของภาคเอกชน นำเสนอต่อผู้นำภาครัฐที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย







