posttoday
โฆษกคสช.ชี้คดีจำนำข้าวเป็นการทุจริตที่จับต้องได้จริง

โฆษกคสช.ชี้คดีจำนำข้าวเป็นการทุจริตที่จับต้องได้จริง

09 ตุลาคม 2559

โฆษกคสช. แจงคดี"จำนำข้าว" เป็นทุจริตแบบที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกเชิงอคติ ไม่ใช่การปลุกปั่นสร้างกระแส

โฆษกคสช. แจงคดี"จำนำข้าว" เป็นทุจริตแบบที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่ใช้ความรู้สึกเชิงอคติ ไม่ใช่การปลุกปั่นสร้างกระแส

จากกรณีที่ นาย ชินวัฒน์ หาบุญพาด อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุถึงการไปฟังการสืบพยาน ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีรับจำนำข้าว โดยอ้างคำตอบของ นายโอฬาร ไชยประวัติ จากทนายฝ่ายโจทย์ ว่า การรับจำนำข้าวเป็นโครงการหนึ่งในจำนวนนับร้อยนับพันของโครงการที่รัฐบาลจะต้องทำให้ประชาชนจะเรียกว่า"ขาดทุน"ไม่ได้เพราะคำว่าขาดทุนจะใช้ได้กับบริษัทเอกชนที่ทำการค้าเท่านั้น ส่วนโครงการที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลให้เรียกว่า"ขาดดุล" รวมทั้ง นายชินวัฒน์ เปรียบเทียบ เป็นกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา แล้วนำมาเปรียบเทียบกับ กรณีเช่าเหมาลำการบินไทย ไปฮาวาย นั้น

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงว่า คดีจำนำข้าวเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมแล้ว  และเป็นแนวทางการให้ข้อมูลเพื่อแก้ต่างกันในศาล ซึ่งสุดท้ายจะเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณา   

"ผมขอให้ข้อมูลในแบบความเข้าใจคนทั่วไปว่า สำหรับเรื่องที่มีกล่าวถึงโครงการที่รัฐทำให้ประชาชนจะเรียก"ขาดทุน"ไม่ได้นั้น คงมีลักษณะเหมือนให้ข้อมูลไม่ครบ  เพราะกรณีโครงการฯ นี้ ส่วนใหญ่ที่ให้ประโยชน์ตกอยู่กับประชาชนหรือชาวนาจริงๆ นั้น  ไม่ได้อยู่ในส่วนที่สังคมเรียกว่าขาดทุนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นส่วนที่ใช้คำว่าขาดทุน คงไม่น่าใช่ ในส่วนที่ต้องดูแลให้กับชาวนา เช่น รับเข้าโครงการมาด้วยตัวเลขนึง  ต่อมามีจำหน่ายออกไปที่ตัวเลขหนึ่ง ทำให้มีส่วนต่างเกิดขึ้น"พ.อ.วินธัยกล่าว

พ.อ.วินธัยกล่าวอีกว่า สมมติว่าส่วนต่าง ตกตันละ 3,000 บาทส่วนนี้จึงเป็นตัวเลขเหมือนการชดเชยให้ชาวนา ตรงนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการขาดทุนอยู่แล้ว เคยมีบางบุคคลตั้งสมมติฐาน รวมตัวเลขทั้งโครงการ ว่า กรณีรัฐมีข้าว 20 ล้านตัน ตกลงชดเชยส่วนต่างจากการขายให้ไปตันละ 3,000 ก็จะใช้งบรวม 60,000 ล้าน เท่านั้น เชื่อว่าส่วนนี้คงไม่ใช่เรื่องขาดทุน

แต่นี่สังคมอาจตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีต้นทุนแฝงต่างๆจากการที่ไม่ได้ประเมินไว้ หรืออาจประเมินไม่รอบคอบจำนวนมาก เช่น ค่าเก็บค่าดูแลรักษา ที่ไม่มีแผนกำหนดเวลาที่ชัดเจน หรือ ค่าการปรับปรุงสภาพ บวกกับ การรั่วไหลที่เกิดจากการทุจริตในหลายๆ ขั้นตอน เช่นการสวมสิทธิ์ การเวียนเทียนซื้อเข้าขายออก ซึ่งรวมแล้วเป็นเม็ดเงินมหาศาล  และอาจมากกว่าส่วนที่ชาวนาได้ไป

ทั้งนี้ เชื่อว่าเงินที่รัฐเสียหายไปตรงนี้จึงเป็นจุดสำคัญที่สังคมสนใจ ที่อาจต้องอาศัยความกระจ่างผ่านกระบวนการยุติธรรม

พ.อ.วินธัยกล่าวว่า นโยบายรัฐที่ต้องช่วยเหลือชาวนานั้น เชื่อว่าทุกฝ่ายเห็นด้วย เพียงแต่สังคมคงอยากให้แน่ชัดว่าเป็นชาวนาจริงๆ ไม่ใช่เป็นคนอื่นๆ ที่แอบแฝงเข้ามาแสวงผลประโยชน์แบบมีแบบแผน  ซึ่งจะด้วยวิธีไหนอย่างไรเชื่อว่าสังคมคาดเดาได้ไม่ยาก

มีหลายฝ่ายให้ความเห็นโครงการที่เหมาะสมนั้น ควรมุ่งไปให้ประโยชน์ที่ชาวนาไม่ใช่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมแสวงหาประโยชน์คนอื่นๆ เข้าไปมีส่วนร่วม เพราะอาจทำให้ถูกมองว่าผิดวัตถุประสงค์และไม่ตรงเป้าหมายแท้จริง ไปๆมาๆ กลุ่มที่คอยแฝงรับผลประโยชน์อาจได้ประโยชน์เป็นเม็ดเงินมากกว่าชาวนาเสียอีก

ส่วนประเด็นเรื่องโครงการรับจำนำข้าวนั้น. ก็เป็นประเด็นที่สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยมีฟ้องร้องมาก่อนหน้าที่ คสช.จะเข้ามาอีกเช่นกัน

"น่าจะเป็นกรณีทุจริตในแบบที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่แค่ใช้ความรู้สึกเชิงอคติแบบบางกรณี และไม่ใช่การปลุกปั่นสร้างกระแสทุจริตกันแบบหลวมๆ เพียงเพื่อหวังจุดกระแสชี้นำความรู้สึกผู้คนทั่วไป  หรือเพื่อหวังลดความน่าเชื่อถือกันในทางการเมือง เชื่อสังคมปัจจุบันหนักแน่นและมีวิจารณญาณที่เพียงพอ. และมีการใช้วิจารณญาณต่อเรื่องราวต่างๆ อย่างรอบคอบโดยเฉพาะทุกๆ ประเด็นที่เกิดข้อกังวลสงสัย ภาครัฐบริสุทธิ์ใจที่สนับสนุนนจะให้มีการตรวจสอบได้ตลอดเวลา" โฆษก คสช.ระบุ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า