เทพรัตนแห่งแผ่นดิน (67)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมโน้ตเพลงไทยที่มีคุณค่าและหาฟังได้ยาก
โดย...วิมลพรรณ ปีตธวัชชัย
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวบรวมโน้ตเพลงไทยที่มีคุณค่าและหาฟังได้ยากในปัจจุบันให้เป็นหมวดหมู่ เช่น เพลงพระนิพนธ์ของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เพื่อรวบรวมรักษาไว้ในห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมบริพัตร ณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร
โดยในปี 2540 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักดนตรีทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และกรมตำรวจ สำรวจเพลงโยธวาทิต จากโน้ตเก่าที่หน่วยงานทั้ง 4 เก็บรักษาไว้ โปรดเกล้าฯ ให้นำมาเขียนซ่อมแซมใหม่ทุกเพลงให้ชัดเจนขึ้น เนื่องจากต้นฉบับเก่าชำรุดพร้อมกับนำเพลงโยธวาทิตของ จางวางทั่ว พาทยโกศล มาเขียนซ่อมแซมต่อไว้อีกหลายสิบเพลง งานเขียนซ่อมแซมเพลงนี้ทำติดต่อกันอยู่หลายปี เมื่องานเสร็จแล้วนักดนตรีทั้ง 4 เหล่า ได้นำโน้ตเพลงทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ทรงเก็บรักษาไว้อย่างดีที่ห้องสมุดส่วนพระองค์ที่อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา โดยมีเพลงพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ประมาณ 30 รายการ และผลงานของ จางวางทั่ว พาทยโกศล อีกประมาณ 99 รายการ
ในปี 2544 ราชสกุล บริพัตร ทายาทวังบางขุนพรหมและมูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ มีความตั้งใจจะจัดพิมพ์โน้ตเพลงพระนิพนธ์ของสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธฺุ์ฯ โดยจะพิมพ์เป็นฉบับขนาดมาตรฐานทั้งหมดทุกเพลงเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลก จึงได้ขอพระราชานุญาตนำต้นฉบับเพื่อไปดำเนินการจัดพิมพ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีพระราชปรารภว่า หากจะถ่ายรูปโน้ตแต่ละแผ่นไปพิมพ์จะไม่ชัด เสียดายลายมือเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจเขียนถวายเป็นอย่างดี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกเครื่องถ่ายเอกสารขนาดใหญ่เข้าไปถ่าย Scan โน้ตทั้งหมด ที่ห้องสมุดอาคารชัยพัฒนาโดยโปรดเกล้าฯ ให้ศาสตราจารย์ นพ.พูนพิศ อมาตยกุล และผู้ช่วย 2 คน ซึ่งเป็นนักศึกษาวิชาดนตรี ระดับปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทำงานในอาศรมดนตรีวิทยาอยู่กับ นพ.พูนพิศรวมทั้งหมด 3 คน ไปช่วยถ่ายเอกสารโน้ตดนตรีด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ งานก็สำเร็จลุล่วงไปตามพระราชประสงค์ทุกประการ
ศาสตราจารย์ นพ.พูนพิศ อมาตยกุล เล่าว่า เมื่อสำรวจเพลงพระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตร (สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ฯ) แล้วปรากฏว่าไม่ได้ทรงแต่งเพลงฝรั่งไว้เลยขณะที่ประทับอยู่ที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย แต่เมื่องานฉลอง 100 ปีวันประสูติในปี 2524 ปีนั้นเราได้เก็บเพลงมาร์ชบริพัตรไว้ แต่ไม่มีหลักฐานว่าทรงแต่งเพลงนี้ จนเวลาผ่านไป พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอินทุรัตนา พระธิดา จึงทรงเล่าประทานที่เรือนไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่า เพลงมาร์ชบริพัตรก็เป็นเพลงที่ทูนกระหม่อมบริพัตรทรงแต่งไว้แต่สมัยรัชกาลที่ 6 เป็นเพลงมาร์ชไพเราะสง่างามมากจนฝรั่งชื่นชม ศาสตราจารย์ นพ.พูนพิศ อมาตยกุล จึงได้นำความจริงมาเผยแพร่ให้เป็นที่รับรู้โดยทั่วกัน นับตั้งแต่ได้ทราบเรื่องในคราวนั้น
นอกจากนี้ ยังปรากฏในภายหลังว่า ได้มีการพบโน้ตเพลงฝรั่งเพิ่มอีก 3 เพลง คือ เพลงมาร์ชภาณุรังษี (ในพระบาทสมเด็จฯ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช หรือสมเด็จวังบูรพา) เพลงหนึ่ง เพลงมาร์ชดำรง (ในพระนามของสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) เพลงหนึ่ง และมาร์ชพระนามวชิราวุธ (ในปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว) อีกเพลงหนึ่ง รวมเป็น 3 เพลง มีเขียนไว้ด้วยลายมือไว้ที่หัวมุมกระดาษโน้ตบริเวณมุมบนขวา ว่า “บางขุนพรหม” เป็นที่น่าทึ่งมาก ซึ่งผิดกับโน้ตแผ่นอื่นๆ ที่เขียนว่า “สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์” จึงทำให้เกิดความสงสัยว่า หรือเพลงมาร์ชทั้ง 3 เพลงนี้ จะเป็นนิพนธ์ของทูนกระหม่อมบริพัตรด้วย เรื่องนี้ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ และศาสตราจารย์ นพ. พูนพิศ อมาตยกุล ก็ได้เคยตั้งข้อสังเกตไว้ว่า แผ่นเสียงโบราณตราตึกของ บริษัท Odeon เยอรมันนี ได้เคยบันทึกเพลงมาร์ชไว้ตามที่เล่ามาแล้วนั้นทุกเพลง รวมอีกเพลงหนึ่งที่มาร์ชจิระ (ในพระบาทสมเด็จฯ กรมหลวงนครชัยศรีสุรเดช) หลายปีมาแล้วยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพลงมาร์ชเหล่านี้ท่านผู้ใดเป็นคนแต่ง
อย่างไรก็ตาม ในโอกาสครบ 135 ปี แห่งวันประสูติสมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ ในเดือน มิ.ย.ปีนี้ (2559) กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการต่างประเทศ มูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ กรมดุริยางค์ทหารบก กองดุริยางค์ทหารเรือ และกองสวัสดิการ (ดุริยางค์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) จึงได้ร่วมมือกันสนองแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ด้วยการจัดแสดงดนตรีเพลงพระนิพนธ์ในทูนกระหม่อมบริพัตร (สมเด็จฯ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์) ในรูปแบบวงโยธวาทิตผสมและจัดสัมมนาทางวิชาการเกี่ยวกับ “วิวัฒนาการวงโยธวาทิตในประเทศไทย” ทั้งในประเทศไทยและสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเผยแพร่พระนิพนธ์ของทูนหม่อมบริพัตรให้เป็นที่ประจักษ์ ระหว่างวันที่ 11 พ.ค.-26 พ.ค. 2559 โดยการแสดงดนตรีของวงโยธวาทิต 3 เหล่าพ
ในสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีนั้นได้จัดให้มีการแสดงการบรรเลงเพลงมาร์ชดำรงในทุกเมืองด้วย ซึ่งเป็นที่ประทับใจชื่นชอบและชื่นชมของผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับห้องสมุดดนตรี ทูนกระหม่อมบริพัตร ณ หอสมุดแห่งชาติ อันเป็นห้องสมุดดนตรีแห่งแรกในประเทศไทย ที่เปิดบริการให้ประชาชนเข้าศึกษาค้นคว้า เพลงของท่านครูจางวางทั่ว พาทยโกศล การบันทึกเสียงเพลงตับมหรีทุกประเภททุกแบบและทุกทางทั้งการบรรเลงและการขับร้องให้ครบถ้วน เพื่อเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติอีกทั้งทรงสนับสนุนให้มีการสรรหาศิลปินแห่งชาติด้านดนตรีไทย การบันทึกทางร้องของครูผู้ทรงความสามารถแต่ร้องเพลงไม่ได้แล้วเนื่องจากชราภาพ เพื่อเก็บเป็นหลักฐานยังประโยชน์แก่
ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าด้านศิลปะการร้องเพลงไทย
นอกจากนี้ พระองค์ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่งนักศึกษาสาขาดุริยางค์ไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ไปศึกษาวิชาการดนตรีที่สถาบัน SOAS ประเทศอังกฤษ เพื่อนำหลักวิชาและทฤษฎีของชาติตะวันตกมาใช้ค้นคว้าวิจัยดนตรีไทยในลักษณะที่เป็นวิชาการ นอกจากนี้ยังพระราชทานความช่วยเหลือแก่ครูดนตรีอาวุโสที่เจ็บไข้ได้ป่วยหรือเดือนร้อนเรื่องต่างๆ อยู่เสมอ ทรงเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่นักดนตรีไทยที่มีความปรารถนาจะสืบสานมรดกของไทยให้คงอยู่ตลอดมา
ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงส่งเสริมและเป็นแบบอย่างในการบำเพ็ญพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรในด้านการอนุรักษ์และพัฒนาศิลปวัฒนธรรมไทย ศาสนา และดนตรี อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติส่งผลให้พสกนิกรชาวไทยมีขวัญและกำลังใจ รวมทั้งเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และปกป้องรักษาวัฒนธรรมของชาติ ตลอดจนร่วมกันรักษาภูมิปัญญาของบรรพบุรุษให้สืบทอดและปลูกฝังค่านิยมที่งดงามของไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับเด็กและเยาวชนคนรุ่นปัจจุบันให้หันมาใส่ใจ และมีส่วนร่วมเป็นพลังในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้ยั่งยืนตลอดไป


