posttoday
เศรษฐกิจเสียหาย 3,000 ล้าน

เศรษฐกิจเสียหาย 3,000 ล้าน

09 ตุลาคม 2559

หอการค้าไทยชี้น้ำท่วมกรุงแค่จิตวิทยา ทำให้คนเดินทางไม่สะดวก แต่ยังไม่รุนแรงเท่าปี 2554

หอการค้าไทยชี้น้ำท่วมกรุงแค่จิตวิทยา ทำให้คนเดินทางไม่สะดวก แต่ยังไม่รุนแรงเท่าปี 2554 คาดกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร แหล่งบันเทิงราตรีอาจกระทบคนลดน้อยลง แต่เชื่อภาพรวมความเสียหายด้านเศรษฐกิจไม่เกิน 3,000 ล้านบาท กระทบจีดีพี 0.05%

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพน้ำท่วมขังรอการระบายในพื้นที่กรุงเทพฯ ในช่วงที่ผ่านมานั้น ยอมรับว่าทำให้คนกรุงผวาหวั่นว่าจะซ้ำรอยปี 2554 หรือไม่อยู่บ้าง แต่เท่าที่เห็นคือ ทำให้มีปัญหาในการเดินทางไปไหนมาไหนและเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยไม่สะดวกในบางพื้นที่ บางจุดเท่านั้น แต่ก็ยังไม่รุนแรงเท่าปี 2554 ที่มีมวลน้ำรอท่วมขังนานเป็นเดือน

“เข้าใจว่าภาพที่ออกมาทำให้คนกรุงผวาอยู่ แต่ก็ยังไม่เห็นสัญญาณเตือนภัยอะไร เพราะการเดินทางไปจับจ่ายใช้สอยไม่สะดวกก็ยังไม่ถึงขั้นห้างร้านหรือโรงงานอุตสาหกรรมต้องปิด จึงเป็นแค่จิตวิทยาที่ทำให้คนไม่อยากออกจากบ้านไปไหน ซึ่งอาจจะทำให้กิจกรรมบันเทิง เช่น ธุรกิจร้านอาหารและแหล่งบันเทิงกลางคืนซึมตัวไปบ้าง แต่ยังไม่เห็นสัญญาณของการปิดตัว แต่หากเมื่อไหร่ที่ในพื้นที่กรุงเทพฯ มีน้ำท่วมขังรอการระบายนานเกิน 7 วัน ก็ถือว่าผิดปกติและจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจแน่” ธนวรรธน์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ก็มีสัญญาณเชิงบวกในการตื่นตัวของประชาชนและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีการเตรียมแผนหาซื้อกระสอบทรายเตรียมพร้อมตั้งรับหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมเข้าพื้นที่

ธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า หากเทียบกับสถานการณ์น้ำในปี 2554 แล้ว ครั้งนั้นถือว่ารุนแรงและกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างมากกว่ามาก เพราะมีพื้นที่ได้รับผลกระทบมากถึง 56 จังหวัด และมีน้ำท่วมขังนานเป็นเดือน และมีภาพข่าวว่ามีมวลน้ำจากต่างจังหวัดไหลทะลักเข้ามาเพิ่มอยู่เรื่อยๆ แต่ครั้งนี้เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้

อย่างไรดี คาดว่าความเสียหายจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ 10 จังหวัดครั้งนี้ ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ควรจะเกิน 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไม่เกิน 0.05%

สอดคล้องกับฟากของธุรกิจประกันภัยที่มองว่า ภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจะไม่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจเหมือนกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ที่ต้องจ่ายค่าสินไหมรวมกันถึง 4 แสนล้านบาท

อานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทางสมาคมยังไม่ได้รับรายงานข้อมูลถึงความเสียหายน้ำท่วมที่รุนแรงหรือเป็นภัยขนาดใหญ่จนทำให้เกิดความเสียหายอย่างมากมายแต่อย่างใด และเห็นว่าเส้นทางที่น้ำท่วมส่วนใหญ่ก็เป็นพื้นที่เกิดน้ำท่วมเป็นประจำอยู่แล้ว ประชาชนในพื้นที่ก็เตรียมรับมือเป็นอย่างดี เช่น การขนย้ายสิ่งของขึ้นบนที่สูง หรือไม่ขับขี่รถไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย ดังนั้นคาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้ไม่น่ารุนแรงมากนัก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการปลูกข้าวอาจได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมบ้าง เนื่องจากปีนี้มีการขยายโครงการรับประกันภัยข้าวนาปีตอนนี้ถึง 27 ล้านไร่ มีทุนเอาประกันภัยรวมทั้งสิ้นประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งก็มีพื้นที่ที่รับประกันภัยไว้ประมาณ 30% ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยสูง

อานนท์ กล่าวว่า ทางสมาคมได้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด เพื่อเตรียมความพร้อมในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับชาวนาที่ได้รับความเสียหายจากภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ล่าสุดยังได้พัฒนาระบบการเชื่อมข้อมูลการทำประกันภัยข้าวนาปีกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเชื่อมข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรและรายงานข้อมูลความเสียหายรายแปลงในพื้นที่ที่รัฐประกาศเป็นเขตภัยพิบัติกับกรมส่งเสริมการเกษตร

ทำให้สมาคมประกันวินาศภัยไทยมีข้อมูลที่สมบูรณ์พร้อมในการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ให้กับเกษตรกรได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ด้วยเคลมแอพพลิเคชั่น “มะลิ” ซึ่งเกษตรกร ผู้เอาประกันภัย และ ธ.ก.ส.สามารถเข้ามาใช้ตรวจสอบสถานะการประกันภัยและสถานะการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนได้ด้วยตนเองผ่านโทรศัพท์มือถือที่ rice.tgia.org ตลอด 24 ชั่วโมง

หากสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ตรวจสอบข้อมูลเสร็จสิ้นแล้ว ในกรณีที่มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทน สามารถโอนเงินไปที่บัญชีธนาคารของเกษตรกรผู้เอาประกันภัยทันที หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการประกันภัยข้าวนาปีได้ที่ โทร. 06-1404-4422 หรือ 1186 สำนักงาน คปภ. และ ธ.ก.ส. โทร. 02-555-0555

นที ไชยกาล รองผู้จัดการฝ่าย ฝ่ายมาตรฐานราคาและการจัดซ่อม บริษัท วิริยะประกันภัย กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป หากรู้ว่าพื้นที่ไหนเสี่ยงต่อน้ำท่วมก็จะไม่ขับรถเข้าไปหรือขับรถหนีไปจอดไว้ที่สูง ซึ่งข้อมูลล่าสุดตอนนี้พบว่า รถของลูกค้าที่ทำประกันในต่างจังหวัดยังไม่ได้มีการแจ้งเคลมเสียหายจากน้ำท่วมเข้ามาเลย มีแต่รถที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้นที่แจ้งความเสียหายเข้ามาประมาณ 100 คัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็เกิดจากไม่ได้ตั้งใจขับเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วม แต่ขับไปตามถนนปกติ เจอฝนตกหนักหรือเจอน้ำออกมาจากท่อระบายน้ำ บวกกับรถติดทำให้หนีไปไหนไม่ได้ และโดยภาพรวมก็คงเสียหายเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเทียบกับฐานลูกค้ารถยนต์ของวิริยะฯ ที่มีประมาณ 4 ล้านคัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท