posttoday
สร้างไทยแลนด์แบรนด์

สร้างไทยแลนด์แบรนด์

09 ตุลาคม 2559

การส่งออกของไทยเริ่มประสบปัญหามากกว่าที่คาดไว้ จากเดิมที่เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกซบเซา

การส่งออกของไทยเริ่มประสบปัญหามากกว่าที่คาดไว้ จากเดิมที่เผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจโลกซบเซา การค้าโลกที่เติบโตต่ำ รวมทั้งปัญหาโครงสร้างการผลิตภายในประเทศของไทยเองที่ผลิตสินค้าที่ตลาดโลกไม่ต้องการอีกแล้ว ขณะนี้ยังต้องเผชิญกับการกีดกันทางการค้าที่เข้มข้นขึ้นอีกด้วย

รายงานขององค์การการค้าโลก เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2559 ระบุว่า ประเทศต่างๆ มีการใช้มาตรการทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีรวมกันประมาณ 3.5 หมื่นมาตรการ โดยเฉพาะมาตรการอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า (ทีบีที) สูงถึง 2.11 หมื่นมาตรการ เพิ่มขึ้น 53.20%

ทีบีทีคือ ข้อกำหนดด้านเทคนิคและมาตรฐานต่างๆ เช่น บรรจุหีบห่อ การทำเครื่องหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการปิดฉลากยังมีมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช (เอสพีเอส) ที่กระทบต่อไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรมากที่สุด เพราะเป็นมาตรการควบคุมสินค้านำเข้าด้านการเกษตรและอาหารเพื่อไม่ให้เกิดโทษต่อชีวิต หรือมีผลเสียต่อสุขภาพของชีวิตมนุษย์ พืช และสัตว์ โดยองค์การการค้าโลกระบุว่า เอสพีเอสในรอบปี 2558 ที่ผ่านมามีถึง 1.41 หมื่นมาตรการ เพิ่มขึ้น 35.47%

ด้วยเหตุ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ จึงต้องเรียกหารือผู้ส่งออก เพื่อผลักดันการสร้าง ไทยแลนด์ แบรนด์ ซึ่งไม่ใช่เป็นแบรนด์ของสินค้าใดสินค้าหนึ่ง แต่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าไทยว่าเป็นสินค้าปลอดภัยสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่มีสารเคมีตกค้าง และผู้ผลิตมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้สินค้าไทยไม่ถูกตีกลับในตลาดโลกจากมาตรการดังกล่าว

ทั้งนี้ เนื่องจากมีสัญญาณเตือนเรื่องสินค้าส่งออกของไทยมาแล้ว โดยเมื่อเดือน ก.ย. 2559 กระทรวงพาณิชย์ของไทยเผยแพร่รายงานขององค์การอาหารและยาของสหรัฐ (เอฟดีเอ) เพื่อเตือนผู้ส่งออกของไทยให้ใส่ใจในเรื่องมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสารพิษตกค้าง เพราะเอฟดีเอตรวจพบว่าในเดือน มิ.ย. 2559 มีสินค้าไทยที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นไปตามข้อตกลง 37 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าถึง 54.17% รวมทั้งมีการปฏิเสธนำเข้าสินค้าที่ส่งออกโดยผู้ประกอบการไทย 27 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ถูกปฏิเสธ 14 ราย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภครวม 13 ราย เช่น มะขาม มะขามแห้ง ปลาทูน่า กะทิ ที่พบว่ามีสิ่งสกปรก เน่าเสียอยู่

นอกจากนี้ สหภาพยุโรป (อียู) ญี่ปุ่น ต่างก็กำหนดมาตรการทีบีทีออกมาใช้มากมายเช่นเดียวกัน เช่น อียู มีมาตรการการตรวจสอบย้อนกลับว่าสินค้าที่นำเข้าไม่มีการใช้แรงงานผิดกฎหมาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การให้ข้อมูลข่าวสารและช่วยผู้ส่งออกในการปรับตัว เพื่อรับมือกับมาตรการกีดกันทางการค้าดังกล่าวของไทย ปัจจุบันมีเพียงกระทรวงพาณิชย์ที่ตื่นตัวเรื่องดังกล่าว ทั้งการตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อกำกับดูแลสินค้าไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล รวมถึงดูแลสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานจากต่างประเทศที่เข้ามาในไทย รวมทั้งการกระตุ้นผู้ส่งออกของไทยให้ร่วมกันสร้าง ไทยแลนด์ แบรนด์

ขณะที่การสร้างไทยแลนด์ แบรนด์ นั้น ลำพังเพียงกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้จริง แต่ต้องประสานความร่วมมือทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เหมือนกับการแก้ปัญหาสินค้าประมงไทยที่ถูกกฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงที่ผิดกฎหมาย หรือไอยูยู เล่นงานก่อนหน้านี้ที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันแก้ปัญหาตั้งแต่นายกรัฐมนตรี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทหาร ตำรวจ เป็นต้น

เรื่อง ไทยแลนด์ แบรนด์ ก็เช่นเดียวกัน จะปล่อยให้กระทรวงพาณิชย์ผลักดันฝ่ายเดียวไม่ได้อีกแล้ว แต่ต้องเป็นวาระแห่งชาติเท่านั้น จึงจะประสบความสำเร็จได้และยังสอดคล้องกับการที่ไทยจะพัฒนาตัวเองเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการผลิตที่เป็นนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีขั้นสูง ที่สำคัญคือเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69