
การบ้านการเมือง
อสส.ปัดมีใบสั่งย้าย “ปรเมศวร์”
อสส.ปัดมีใบสั่งย้าย “ปรเมศวร์”
ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด เปิดเผยว่า การมีคำสั่งโยกย้าย นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา ที่โพสต์ข้อความแสดงความเห็นในเรื่องตรวจสอบพาดพิงถึงนายกรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้เป็นขั้นตอนส่วนหนึ่งของการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้เท่านั้นเอง ส่วนกระแสข่าวว่ามีการมากดดันให้ย้ายนายปรเมศวร์นั้นขอยืนยันว่า ไม่ได้มีการกดดันมาจากผู้มีอำนาจแต่อย่างใด ในขณะที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย เรียกร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใจกว้างและทบทวนเรื่องนี้โดยด่วน
เปิดคลิปมัดนริศรเสียบบัตรแทนกัน
การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วานนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแถลงเปิดสำนวนถอดถอน นายนริศร ทองธิราช อดีต สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ออกจากตำแหน่งกรณีใช้บัตรลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ลงคะแนนแทนบุคคลอื่น โดย นางสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.ได้อ้างถึงคลิปที่มีการบันทึกภาพในวันลงคะแนนเมื่อปี 2556 นำมาแสดงเป็นการชี้ให้เห็นถึงการกระทำไม่สุุจริต ขณะที่ นายนริศร แถลงคัดค้านโดยยืนยันว่า ใช้บัตรของตนเองเพียงใบเดียว จากนั้นที่ประชุมได้ตั้งคณะกรรมการซักถามจำนวน 7 คน โดย นายพรเพชร ได้นัดประชุมเพื่อซักถามในวันที่ 14 ต.ค.นี้
เสื้อแดงดอดคุยทักษิณที่แอลเอ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. สมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงในสหรัฐร่วม 100 คน ได้เข้าพบ นายทักษิน ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่นครลอสแอนเจลิส ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยเนื้อหาการพบปะกับสมาชิกกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ แต่จะมีรายละเอียดเป็นวิดีโอบันทึกช่วงเวลาที่การชุมนุมกันครั้งนี้ออกมาในภายหลัง คาดว่าเป็นเนื้อหาเกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทยด้วย สำหรับการพบปะกับกลุ่มคนเสื้อแดงครั้งนี้ มีการจัดงานในรูปแบบส่วนตัวที่มีการคัดกรองสมาชิกเข้าร่วมงานอย่างเข้มงวด
ปปช.ตั้งคณะทำงานสอบฝายแม่ผ่องพรรณ
นายยงยุทธ มะลิทอง รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้ดำเนินการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง กรณีข้อร้องเรียนให้ตรวจสอบการสร้างฝายแม่ผ่องพรรณ จ.เชียงใหม่ และกรณีบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหมเปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งจะต้องมาพิจารณาว่ามีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐจริงหรือไม่ และพิจารณาว่าเป็นการทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ หรือทุจริตต่อหน้าที่ในตำแหน่งราชการ ถ้าเห็นว่าไม่มีมูลความจริงก็ต้องถือว่าจบ แต่ถ้าพบว่ามีมูลความจริง ก็ต้องตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป







