posttoday
จีนเสื่อมมนต์ขลังค่าแรงถูก โอกาสทองที่อาเซียนยังคว้าไม่ได้

จีนเสื่อมมนต์ขลังค่าแรงถูก โอกาสทองที่อาเซียนยังคว้าไม่ได้

24 สิงหาคม 2553

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจจีนกำลังติดจรวด มุ่งสู่พรมแดนใหม่ของความมั่งคั่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งยังกลายเป็นพลวัตหลักของการขยายตัวทั่วโลก ในท่ามกลางความคึกคักเช่นนี้ อาจเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงเงื่อนไขด้านลบที่จะทำให้จีนต้องอับแสงลงในเวลาเร็วกว่าที่เราคาดคิด

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจจีนกำลังติดจรวด มุ่งสู่พรมแดนใหม่ของความมั่งคั่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งยังกลายเป็นพลวัตหลักของการขยายตัวทั่วโลก ในท่ามกลางความคึกคักเช่นนี้ อาจเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงเงื่อนไขด้านลบที่จะทำให้จีนต้องอับแสงลงในเวลาเร็วกว่าที่เราคาดคิด

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

จีนเสื่อมมนต์ขลังค่าแรงถูก โอกาสทองที่อาเซียนยังคว้าไม่ได้

แต่แท้จริงแล้ว จีนกำลังประสบกับเงื่อนไขด้านลบที่เสี่ยงจะบั่นทอนรากฐานความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่สั่งสมมาในระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ก้าวขึ้นมาจากประเทศปิดสู่ประเทศเปิด มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

เงื่อนไขด้านลบประการแรก คือ แนวโน้มที่ระดับราคาในตลาดอสังหาริมทรัพย์จะถีบตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วเกินไป จนกลายเป็นภาวะฟองสบู่

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของปัญหาเริ่มเบาบางลง หลังจากรัฐบาลใช้มาตรการควบคุมราคาที่เข้มงวดขึ้น ยังผลให้ช่วง 7 เดือนยอดขายที่พักอาศัยในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นที่อสังหาริมทรัพย์แพงที่สุดในโลก ปรับลดลงมาถึง 48%

กระนั้น จีนยังต้องเตรียมรับกับเงื่อนไขด้านลบประการต่อมา นั่นคือแนวโน้มที่อัตราค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ที่ผ่านมานั้น อัตราค่าจ้างแรงงานที่ต่ำพอสมควร เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดทุนต่างชาติให้เข้ามาใช้จีนเป็นฐานการผลิต ขณะเดียวกันจีนก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก ด้วยแรงงานที่มีเหลือเฟือและมีค่าแรงต่ำ ทำให้กำลังการผลิตสูง

แต่วันนี้จีนต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน จนรัฐบาลต้องปรับเพิ่มค่าแรงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลท้องถิ่นกรุงปักกิ่งตัดสินใจขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกถึง 20% ขึ้นมาอยู่ที่ 960 หยวน และคาดว่าอีกหลายเมืองจะตัดสินใจขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเช่นกัน


ไม่เพียงเท่านั้น ภาคเอกชนยังขึ้นค่าแรงให้กับพนักงานของตนโดยไม่รออัตราปรับเพิ่มขั้นต่ำของภาครัฐ ตัวอย่างเช่น ฮอนด้า ที่ปรับเงินเดือน

คำถามสำคัญก็คือ เหตุใดค่าแรงในจีนจึงเริ่มปรับขึ้นมาอย่างรวดเร็ว?

คำตอบของคำถามนี้สามารถแบ่งออกเป็น 2 ข้อหลักๆ

คำตอบข้อแรก เป็นเพราะจีนโตเร็ว มั่งคั่งขึ้น อัตราเงินเฟ้อจึงพุ่งสูงขึ้น (ตัวเลขเดือน พ.ค. สูงสุดในรอบ 19 เดือน) แต่ค่าแรงไม่เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ ขณะที่รัฐบาลพยายามควบคุมปัญหาเงินเฟ้ออย่างจริงจังมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่ความพยายามขึ้นค่าแรงและเกลี่ยรายได้ของแรงงานในพื้นที่ต่างๆ ให้เท่าเทียมกัน กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก แม้ว่ารัฐบาลจีนจะปรารถนาให้ค่าแรงสูงขึ้นเพื่อลดช่องว่างด้านรายได้ในประเทศก็ตาม

คำตอบข้อที่สอง เป็นเพราะจีนไม่อาจต้านทานความไม่พอใจของประชาชนที่ทนกับภาวะค่าแรงต่ำมานาน จนบ่มเพาะปัญหาทางสังคมที่สั่นคลอนเสถียรภาพโดยรวม ดังเช่นกรณีของของฮอนด้าในจีน ที่ต้องปรับเงินเดือนเพื่อหลีกเลี่ยงการนัดหยุดงานของพนักงาน

การนัดหยุดงานในจีนถือเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะเกิดขึ้นเพียงน้อยครั้ง และแต่ละครั้งต้องเป็นเรื่องที่ร้ายแรงจริงๆ หาไม่แล้วผู้ที่ร่วมการสไตรก์จะไม่ยอมเสี่ยงทำเช่นนั้น เพราะอาจถูกทางการกำราบอย่างรุนแรง
เงื่อนไขเหล่านี้ ยังผลให้จีนต้องปรับค่าแรงเพื่อหลีกเลี่ยงเหตุจลาจลที่นับวันจะเกิดถี่ขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งแม้จะมั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งและมีโรงงานมากที่สุดแห่งหนึ่ง แต่ก็เป็นอีกพื้นที่ที่แรงงานมักก่อเหตุชุมนุมประท้วงบ่อยครั้ง

การขึ้นค่าแรงสามารถเกลี่ยช่องว่างด้านรายได้และช่วยหลีกเลี่ยงเหตุจลาจล แต่ในทางหนึ่งถือเป็นการบั่นทอนจุดขายและจุดแข็งของจีนในฐานะประเทศผู้ผลิตสินค้าต้นทุนต่ำ

การขึ้นค่าแรงหมายถึงต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ศักยภาพด้านการแข่งขันของจีนจะเสื่อมถอยลง แต่ผลกระทบที่ตามมาจะไม่ส่งผลเฉพาะจีนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับราคาสินค้าทั่วโลก ในฐานะที่จีนเป็นผู้ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของโลก

การสูญเสียศักยภาพด้านแรงงานของจีน หมายถึงโอกาสของประเทศที่กำหนดตัวเองเป็นแหล่งแรงงานราคาถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเคยครองแชมป์แห่งแรงงานราคาถูกก่อนที่จะถูกจีนช่วงชิงตำแหน่งนี้ไปพร้อมกับทุนมหาศาลจากทุกมุมโลก

หากจะเทียบอัตราค่าแรงของประเทศส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว จะพบว่าอัตราค่าแรงต่ำมากเมื่อเทียบกับจีน ดังเช่น ฟิลิปปินส์ที่อัตราค่าแรงเฉลี่ยอยู่ที่ 169.80 เหรียญสหรัฐต่อเดือน เวียดนามที่ 136 เหรียญสหรัฐ และอินโดนีเซียที่ 128.90 เหรียญสหรัฐ ส่วนจีนอยู่ที่ 412.50 เหรียญสหรัฐ

แม้กระทั่งไทยเองยังมีค่าแรงต่ำกว่าจีน เพราะอยู่ที่เฉลี่ย 245.50 เหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม จีนจะไม่สูญเสียฐานะประเทศอุตสาหกรรมที่มาแรงที่สุดให้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือภูมิภาคอื่นไปง่ายๆ

เพราะแม้ค่าแรงจะสูงขึ้น จนกระทบต่อมูลค่าการส่งออก แต่จีนมีตลาดภายในขนาดมหาศาลมารองรับส่วนที่ขาดหายไปจากภาคส่งออก อีกทั้งจีนยังต้องการส่งเสริมตลาดภายในอยู่ก่อนแล้ว การเพิ่มค่าแรง จึงเป็นการเพิ่มอำนาจการซื้อให้กับประชาชน และเป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับตลาดภายในโดยตรง

นอกจากนี้ จีนยังมีพื้นฐานสาธารณูปโภคและระบบสายส่งที่มีประสิทธิภาพสูง เกื้อหนุนจากการผลิตและส่งออกอย่างรวดเร็ว แม้ค่าแรงจะสูงขึ้น แต่ต้นทุนด้านโลจิสติกส์ยังต่ำ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพสูงจนอาจทบต้นทุนในส่วนที่ถูกค่าแรงบั่นทอนไปได้

บริษัทต่างชาติที่เข้ามาพึ่งค่าแรงถูกในจีน ยังเห็นว่าไม่คุ้มที่จะถอนตัวจากจีน หลังจากที่ฝังตัวในประเทศนี้มานาน เพราะการย้ายฐานการผลิตอาจสร้างความเสียหายถึงขั้นขาดทุนที่รุนแรงกว่าการขึ้นค่าแรง
ที่สำคัญก็คือ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังจมปลักอยู่กับปัญหาคอร์รัปชัน ปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติการดำเนินธุรกิจสำหรับชาวต่างชาติ และยังขาดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในระดับที่เทียบกับจีน

ปัจจัยเหล่านี้ จะยังทำให้นักลงทุนตรึงติดกับตลาดจีนต่อไป แม้ต้นทุนด้านค่าแรงจะปรับสูงขึ้นก็ตาม

นอกจากนี้ ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการลงทุนต้นทุนต่ำในจีน

ขณะที่เอกชนเลือกที่จะขึ้นค่าแรงก็จริง แต่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้ตลอดไป ทางออกของเรื่องนี้ก็คือ การปลดแรงงาน และหันมาใช้เครื่องจักร หรือหุ่นยนต์มากขึ้น

ต้นทุนของเครื่องจักรอาจไม่น้อยไปกว่าแรงคนก็จริง แต่เครื่องจักรไม่สามารถลุกขึ้นมาตอบโต้และทวงถามค่าแรงจากนายจ้างได้

แนวโน้มของการลดพนักงานจีนเพื่อใช้เครื่องจักรหรือหุ่นยนต์ มีความชัดเจนอย่างมากถึงขั้นที่ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นมาทันทีหลังจากจีนประกาศขึ้นค่าแรง ดังเช่นหุ้นของบริษัทเอสเอ็มซี ที่ปรับขึ้นมาถึง 7.1% และบริษัทฟานุก ที่บวกขึ้นมา 6.2% เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา วันเดียวกับที่จีนประกาศปรับค่าแรง

ถึงแม้ศักยภาพในการดึงทุนของจีนจะถดถอยลงจากการขึ้นค่าแรง แต่ด้วยพื้นฐานอันแข็งแกร่ง รวมถึงการปรับยุทธศาสตร์การใช้ต้นทุนการผลิตรูปแบบใหม่ จีนจะยังครองแชมป์ตลาดค่าแรงถูกต่อไป

อย่างน้อยก็จนกว่าคู่แข่งตลอดกาลอย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสามารถปรับกระบวนทรรศน์ด้านการกระตุ้นการลงทุนจากต่างประเทศเสียใหม่ โดยมิใช่เพียงแค่พึ่งพาแรงงานค่าแรงต่ำ

แต่จะต้องส่งเสริมรากฐานในด้านอื่นๆ เพื่อคงความน่าดึงดูดใจต่อไป ดังเช่นที่จีนกระทำอยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท