posttoday
เศรษฐกิจที่ขาดจินตนาการ

เศรษฐกิจที่ขาดจินตนาการ

24 สิงหาคม 2553

...สมชาย สกุลสุรรัตน์

ผมกำลังเห่อเครื่องเล่นใหม่ที่ภรรยาได้รับเป็นของขวัญจากเพื่อนร่วมงาน เจ้าเครื่องเล่นที่ว่าความจริงคือเกมประเภทหนึ่งที่เล่นบนจอโทรทัศน์ คล้ายๆ เกมกดของเด็กๆ แต่ที่แตกต่างกันคือ แทนที่จะนั่งเล่นแล้วบริหารนิ้วมือกดปุ่ม คนเล่นเกมที่ว่านี้จะนั่งเล่นก็ได้ เดิน วิ่ง หรือกระโดดเล่นก็ได้ เล่นคนเดียวก็ได้ เล่นสองคนเหมือนเล่นกีฬาจริงๆ อย่างเทนนิสก็ได้ เอาว่าพอเล่นจบได้เหงื่อเหมือนเล่นกีฬาจริงๆ แล้วกัน

วิธีเล่นเกมนี้อย่างเทนนิส ต้องถือรีโมตไว้ในมือแล้วสวิงวิ่งไล่ตีลูกเหมือนเล่นจริง จะออกนอกลู่หรือตกในลู่ให้ดูบนจอทีวี เป็นที่สนุกสนาน โดยเฉพาะถ้าอยู่บ้านคนเดียวหรือสองคนแล้วที่บ้านไม่มีคอร์ตเทนนิสเหมือนเศรษฐีทั้งหลายให้เล่น

ผมคิดว่าเจ้าเครื่องเล่นที่ว่านี้คงไม่ใช่ของใหม่อะไรสำหรับท่านผู้อ่านบางท่าน แต่อย่างไรก็ตามเป็นของใหม่สำหรับผม แล้วที่เขียนเรื่องนี้ไม่ใช่จะมาโปรโมตสินค้าให้ใคร แต่ระหว่างที่เล่นไปคิดไปว่าใครหนอช่างคิดประดิษฐ์ของเล่นประเภทนี้ออกมาให้ผมเล่น

ความจริงถ้าคิดเผินๆ คงต้องให้เครดิตเด็กอัจฉริยะในการประดิษฐ์ซอฟต์แวร์เครื่องเล่น แต่ผมคิดไปคิดมาคนที่น่าจะได้เครดิตที่สุดน่าจะได้แก่ใครก็ไม่รู้ที่มีไอเดียบรรเจิดว่า เดี๋ยวนี้คนที่มีรายได้สูงจำนวนมากอาศัยอยู่ในตึกสูง ส่วนคนที่มีบ้านอยู่ก็เสียเวลาเดินทางไปกลับจนไม่รู้ว่าลูกสูงเท่าไร เพราะลูกนอนหลับไปโรงเรียนและกลับบ้านบนรถ ถ้าวัดคงต้องวัดว่าลูกตัวยาวเท่าไรถึงจะตอบได้ ไม่มีเวลาออกกำลังกายกลางแจ้ง แล้วก็ไม่มีเงินสมัครเป็นสมาชิกสถานที่ออกกำลังกายทั้งหลาย จึงผลิตเครื่องออกกำลังกายประเภทนี้ออกมาให้เล่น

คงอยู่ไม่ได้ ถึงอยู่ได้ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต จึงผลิตสินค้าที่นอกจากจะเล่นด้วยนิ้วแล้ว ยังต้องแกว่งแขนวิ่งไล่คอยรับเหมือนกีฬาจริง จนต้องมีคำเตือนก่อนเล่นว่า ให้ระวังคนข้างเคียงหรือพัสดุสิ่งของใกล้ๆ คนเล่น

ความจริงบุคลากรที่เราควรผลิตมากๆ คือ คนพวกนี้ คนที่อาจผลิตคอมพิวเตอร์ไม่เป็นเย็บเสื้อไม่ได้ แต่สามารถใช้จินตนาการหรือประสบการณ์ว่าควรผลิตสินค้าหน้าตาอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไรจึงจะถูกใจ

ผมให้เครดิตคนต้นคิด เพราะเชื่อว่าถ้ารู้ว่าจะผลิตสินค้าที่มีคุณสมบัติดีอย่างไรออกมาให้ผู้บริโภคแล้ว รับรองว่าช่างเทคนิคและวิศวกรทั้งหลายสามารถที่จะผลิตสินค้าเหล่านั้นออกมาได้แน่ ความยากจึงอยู่ที่ความคิดว่าจะผลิตสินค้าอะไรออกมาให้ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภคมากกว่าจะคิดว่าจะผลิตสินค้าออกมาอย่างไร

สำหรับสินค้าที่ว่านี้ผลิตโดยบริษัทผู้ผลิตเกมกดมาก่อน และผมเชื่อว่าถ้าเขาไม่คิดผลิตสินค้าอะไรออกมาที่แปลกใหม่กว่าเกมกดแล้วไม่ช้าก็เร็ว ตรงตาตรงใจผู้บริโภค เพราะถ้าคิดได้จะจ้างให้ใครผลิตหรือค้นคว้าว่าจะผลิตอย่างใด ที่ไหนก็ได้ ต้องมีใครสักคนหนึ่งผลิตสินค้าหรือหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการผลิตให้แน่ๆ ขอให้บอกให้ชัดเจนแล้วกันว่าต้องการสินค้าหน้าตาอย่างใด และทำอะไรได้บ้าง

ทีนี้พอมาดูกิจกรรมในระบบเศรษฐกิจของเราก็ยังเป็นการส่งเสริมให้ประเทศเป็นโรงงานผลิตสินค้าแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ภูมิใจในตัวเลขการส่งออกของสินค้าที่ผลิตตามใบสั่งของคนอื่น ไม่ก็ก๊อบปี้งานของคนอื่นดื้อๆ พอเศรษฐกิจโลกฟุบก็ฟุบตาม พอพองก็พองตาม ตามประสาผู้รับจ้างผลิตชีวิตอยู่ในอุ้งมือคนอื่น

ใครที่ชอบใช้รองเท้าหรูๆ บางยี่ห้อ ลองไปพลิกดูได้ที่พื้นจะเห็นว่ามีการระบุชื่อประเทศผู้ผลิตตั้งแต่ทำในประเทศที่มีพลเมืองไม่กี่ล้านคน ค่าครองชีพสูงลิ่วอย่างสวิตเซอร์แลนด์ ไปจนถึงประเทศอื่นที่ค่าแรงงานถูกลงอย่างสเปนหรือโปรตุเกส

ผมคิดๆ เอาเองว่า ถ้าเขาคิดแบบใหม่ๆ ออกมาก็ผลิตเองลงมาในราคาถูก ห้างใหญ่ๆ บางแห่งในกรุงเทพฯ เริ่มมีรองเท้าหน้าตาไปวัดไปวาได้วางขาย ใต้พื้นเขียนว่าผลิตในบังกลาเทศ ตามแบบที่กำหนดโดยห้างชื่อไหน ดูแล้วชื่นใจว่าเรากำลังมีวิวัฒนาการไปในทางที่เป็นนายจ้างมากกว่าเป็นลูกจ้างบ้างแล้ว หวังว่าวันหนึ่งจะเห็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายในบางประเทศ เพราะขายได้ราคาสูง พอสินค้าถูกทับรุ่นก็ทยอยส่งไปผลิตในต่างประเทศที่ต้นทุนถูกกว่า ขายในตลาดรองๆ ลงมาในราคาที่ถูกลง

หลังๆ นี้เห็นในห้างใหญ่ๆ บางแห่งในกรุงเทพฯ ที่ผลิตในต่างประเทศตามแบบและความต้องการของบริษัทห้างร้านในประเทศไหนมากนั้น ซึ่งถึงจุดนั้นคงทำให้เราสามารถพึ่งพาตัวเองได้มากกว่านี้ เพราะผมยังเชื่อว่าประเทศชาติจะเติบโตได้จะต้องมีรายได้จากต่างประเทศ แต่จะมาในรูปแบบรับจ้างเขาผลิตหรือจ้างเขาให้ผลิตไปขายต้องว่ากันอีกทีหนึ่ง

พอมาถึงตรงนี้ห่อเหี่ยวครับว่าเวลาพูดอย่างนี้จะมีคนบอกว่าตอนนี้มีหน่วยงานนั้น องค์กรนี้ที่ส่งเสริมการออกแบบและคิดค้นอยู่แล้ว มีรายได้ของตนเอง มีกำไรไม่ต้องส่งรัฐ แต่ต้องตั้งคำถามว่าในเชิงพาณิชย์ทำไมฐานการผลิตของเรายังต้องผลิตตามใบสั่งของคนอื่นเป็นหลักอยู่เหมือนเดิม

ผมเชื่อว่าถ้าจะทำให้คนไทยเป็นคนช่างคิด ช่างจินตนาการ ต้องเริ่มส่งเสริมตั้งแต่เด็ก ให้เด็กเป็นเด็กที่กล้าคิด กล้าถาม กล้าแสดงออก การศึกษาประเภทยัดเยียดให้จะต้องถูกยกเลิกไป

ผมเชื่อว่าถ้าจะทำให้คนไทยเป็นคนที่รู้จักจินตนาการผลิตสินค้าออกมาให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค จะต้องส่งเสริมตั้งแต่ยังเยาว์วัย ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ให้รู้จักคิด รู้จักถาม รู้จักต่อสู้รักษาสิทธิของตนเอง และที่สำคัญคือ รู้จักให้คิด ให้วาดภาพ วางแผนในอากาศ หรือให้มีจินตนาการ จึงจะได้พลเมืองที่มีคุณสมบัติที่จะออกแบบ หรือกำหนดคุณสมบัติของสินค้าให้คนอื่นทำต่อไปในอนาคต

มีภาษิตฝรั่งอยู่บทหนึ่งครับว่า นิสัยเก่าๆ ตายยาก ผมจึงไม่ค่อยเชื่อว่าการจับคนที่ไม่เคยถูกฝึกให้คิดให้ใช้จินตนาการมาอบรมสัมมนากันครั้งสองครั้งแล้วจะทำให้เขาเกิดจินตนาการในการสร้างสรรค์ กลัวอย่างเดียวครับว่าพออบรมเสร็จมาถามตอบกันว่าจินตนาการแปลว่าอะไร ใครท่องได้สอบผ่าน ใครท่องไม่ได้สอบตก เป็นอย่างนั้นไปมากกว่าครับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ