posttoday
ใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ

ใช้สิทธิและเสรีภาพอย่างมีความรับผิดชอบ

06 ตุลาคม 2559

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

พอเข้าเดือน ต.ค. บรรดานักกิจกรรมทั้งหลายก็เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อจัดงานรำลึกเดือนตุลา ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย 2 เหตุการณ์ คือ 14 ต.ค. 2516 และ 3 ต.ค. 2519 แต่เวลาจัดงานก็ต้องจัดวันที่ 6 ต.ค.ก่อน เพราะมาถึงก่อน แล้วจึงค่อยไปจัดงานรำลึก 14 ต.ค.

เหตุการณ์วันที่ 14 ต.ค. 2516 ถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญของประเทศจากที่ทหารได้ครองอำนาจมานานตั้งแต่สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร กับจอมพลประภาส จารุเสถียร ที่ต้องเขียนชื่อทั้งสองคนไปด้วยกัน จนกระทั่งประชาชนนำโดยนักศึกษาออกมาชุมนุมเดินขบวนครั้งใหญ่ขับไล่จอมพลทั้งสองออกจากอำนาจ

ส่วนเหตุการณ์วันที่ 6 ต.ค. 2519 เป็นวันที่ทหารยึดอำนาจคืนจากนักศึกษา สองเหตุการณ์มีนักศึกษาและประชาชนตายบาดเจ็บมากมายผู้นำ 14 ต.ค. เป็นฮีโร่ในสายตาประชาชน ที่ได้รับการยกย่องมาจนถึงขณะนี้ ในขณะที่แกนนำ 6 ต.ค. ซึ่งดำเนินกิจกรรมท่ามกลางการต่อสู้ระหว่างขวากับซ้ายอย่างรุนแรงถูกกล่าวหาหลายประการ หลายคนถูกวิจารณ์ว่าเป็นคอมมิวนิสต์เพราะหนีเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) บางคนหลังกลับจากศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกาถูกกล่าวหาว่าเป็นสปายให้กับ ซี.ไอ.เอ.บางคนถูกจัดเข้าไปอยู่ในกลุ่มล้มเจ้า

หน่วยข่าวตะวันตกแห่งหนึ่งเคยประเมินสถานการณ์หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ว่า ณ วันนั้นทหารเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่อีกสองสามปีข้างหน้า ทหารจะยึดอำนาจกลับคืนมา เพราะหลังจากได้ชัยชนะแล้ว นักศึกษาซึ่งกำลังฮึกเหิมกับชัยชนะจะแสดงบทบาทล้ำเส้นจนประชาชนเกิดความเบื่อหน่าย อีกทั้งจะถูก พคท.เข้าไปแสวงประโยชน์ เมื่อนั้นดุลทางการเมืองจะค่อยสวิงกลับมาทางฝ่ายขวาและทหารจะยึดอำนาจคืนมา การประเมินสถานการณ์ของหน่วยข่าวตะวันตกดังกล่าวปรากฏว่าเป็นจริงในอีก 3 ปีต่อมา ทหารและฝ่ายขวาจัดยึดกุมอำนาจนั้นต่อมาอีกหลายปี

การจัดงานครบรอบ 14 ต.ค. ไม่มีพิธีกรรมมากมาย เพียงแต่ทำพิธีรำลึกที่อนุสรณ์สถานผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ดังกล่าวที่สี่แยกคอกวัว คนที่ไปร่วมมีไม่มาก แต่งานตุลารำลึกจะมารวมศูนย์อยู่ที่งานวันที่ 6 ต.ค. ที่มีศูนย์กลางการจัดงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีทั้งกิจกรรมวางพวกหรีด พิธีไว้อาลัย การอภิปราย เสวนาที่หอประชุม ไฮไลต์ของงานน่าจะอยู่ในหอประชุมเป็นสำคัญ ทั้งการอภิปรายและการแสดงบทเวที

อดีตผู้นำ 14 ต.ค. 2516 ส่วนใหญ่อายุ 60 ปีปลาย หลายคนมีบทบาททางการเมืองและสังคมที่มีบทบาทช่วยชาติบ้านเมืองอยู่ในขณะนี้ ส่วนผู้นำ 6 ต.ค. 2519 ส่วนใหญ่อยู่ในวัย 60 ปีต้นและกลาง เช่นเดียวกันหลายคนมีบทบาทด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม หลายคนเป็นนักการเมืองกระจายอยู่ตามพรรคต่างๆ ตามอุดมการณ์ความเชื่อทางการเมืองของตน 

ความมุ่งหมายของบทความในวันนี้อยู่ที่การจัดงานในหอประชุมธรรมศาสตร์ที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนกับเมื่อสองสามปีที่ผ่านมา เมื่อมีการแสดงที่จาบจ้วงดูถูกดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างรุนแรง เปิดเผย โดยเฉพาะผู้แสดงในละครเรื่อง “เจ้าสาวหมาป่า” ซึ่งมีหลักฐานเป็นภาพวิดีโอที่มีคนบันทึกไว้เป็นหลักฐานผูกมัดชัดเจน ซึ่งคนที่ใจเป็นกลางฟังแล้วได้สรุปตรงกันว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งผิดกฎหมายอาญามาตรา 112 ผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกตัวว่า มหาวิทยาลัยมีหน้าที่เพียงแต่ให้เช่าหอประชุมในการจัดกิจกรรมเท่านั้น ไม่ได้ใส่ใจว่าผู้เช่าไปทำอะไรและไม่ทราบจะมีการแสดงละครดังกล่าว เพราะคิดว่าเป็นการสัมมนาอภิปรายธรรมดาเช่นทุกปีที่ผ่านมา หน่วยงานของรัฐทั้งรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจที่ให้สปอนเซอร์แก่ผู้จัดก็ให้ไปตามที่ขอมาทุกปี พอทราบเรื่องเข้าก็ร้อนตัวไปตามๆ กัน ผู้นำในรัฐบาลขณะนั้นดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจเท่าที่ควร หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่ได้ทำอะไร จนกระทั่งภาคประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันสูงสุดทนไม่ไหวต้องโวยวายออกมาหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบถึงเริ่มขยับ

เวลานี้ผู้กระทำผิดได้ถูกศาลพิพากษาจำคุกไปเรียบร้อยแล้ว เพราะการเอาจริงเอาจังของรัฐบาลสมัย คสช.เท่ากับเป็นการยืนยันว่าผู้แสดงละครดังกล่าวกระทำผิดจริง 

งานรำลึกเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 มักจะถูกใช้เป็นโอกาสในการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ กล่าวหาสถาบันสูงสุดตลอดมาเป็นการสร้างเรื่องเท็จ เรื่องที่พวกตนคิดเอาเอง แต่ก็มีหลายคนเชื่อตามที่มีการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อบ่อนทำลายสถาบันสูงสุด โดยเฉพาะพวกที่หนีเข้าป่าถูกชี้นำจนเชื่อ ยังดีที่หลายคนที่ออกจากป่าได้รับการชี้แจงจนเข้าใจว่าสิ่งที่ตนได้รับการบอกเล่ามานั้นเป็นเรื่องที่ไม่ตรงกันความจริงเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่หลายคนก็ยังเชื่ออยู่โดยไม่ฟังเหตุผล

เป็นที่น่าสังเกตว่า หลายคนที่มีพฤติกรรมจาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบันสูงสุด หากสืบสาวเบื้องหลังไปจะพบว่าเป็นเหยื่อในเหตุการณ์ 6 ตุลาเกือบจะทั้งหมด โดยเฉพาะสองดอกเตอร์คู่หูที่คนหนึ่งเดินสายตระเวนไปพูดจาดูหมิ่นสถาบันสูงสุดอย่างเปิดเผยในต่างประเทศ อีกคนหนึ่งจะมาเมืองไทยปีละครั้งเพื่อร่วมงานวันที่ 6 ตุลา และจะใช้โอกาสนี้พูดจาพาดพิงทางลบต่อสถาบันสูงสุดเสมอ สำหรับปีนี้คู่หูทั้งสองเข้าเมืองไทยไม่ได้เพราะมีคดีติดตัว

ผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่ให้เช่าสถานที่คงมีบทเรียนแล้ว และคงทำความเข้าใจกับผู้เช่าว่าจะพูดเรื่องการเมือง พูดเรื่องประชาธิปไตย ฯลฯ ก็พูดไป แต่อย่าไปพาดพิง จาบจ้วง ดูถูกดูหมิ่นสถาบันสูงสุด 

จะอ้างว่าเป็นเสรีภาพทางวิชาการ หรือสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะการใช้สิทธิและเสรีภาพก็ต้องมีความรับผิดชอบ ไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพของบุคคลอื่น (มาตรา 25) เสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน (มาตรา 34) บุคคลจะใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมิได้ (มาตรา 49)

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน