
"ศรีวราห์"สั่งจับตา "โจชัว หว่อง"สไกป์งาน6ตุลา
รองผบ.ตร. ระบุ"โจชัว หว่อง"สไกป์งาน6ตุลา สามารถทำได้สั่งจนท.เฝ้าระวังเรื่องความมั่นคงขู่ผิดกม.ดำเนินคดี ยัน ยังไม่พบคนนอกพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้ร่วมก่อเหตุระเบิด 7 จ.ภาคใต้ตอนบน
รองผบ.ตร. ระบุ"โจชัว หว่อง"สไกป์งาน6ตุลา สามารถทำได้สั่งจนท.เฝ้าระวังเรื่องความมั่นคงขู่ผิดกม.ดำเนินคดี ยัน ยังไม่พบคนนอกพื้นที่ 3 จว.ชายแดนใต้ร่วมก่อเหตุระเบิด 7 จ.ภาคใต้ตอนบน
วันที่ 6ตค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการจัดกิจกรรมปาฐกถาในงาน 6 ตุลา ประชาธิปไตยกับคนรุ่นใหม่ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในช่วงบ่ายวันนี้ ซึ่งจะมีการวีดีโอคอนเฟอเรนท์ นายโจชัว หว่อง นักศึกษาแกนนำประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่ฮ่องกง ต่อรัฐบาลจีน เข้ามาภายในงานดังกล่าว ว่า ไม่สามารถห้ามจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ เพราะถือสิทธิ์และยังไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย แต่หากพบว่ามีการกระทำผิดหรือเข้าข่ายกระทบเป็นภัยต่อความมั่นคง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศไทย ซึ่งได้สั่งการให้สันติบาลและตำรวจท้องที่เฝ้าระวังไว้แล้ว ส่วนการผลักดันนายโจชัว หว่อง ออกนอกประเทศวานนี้(5ตค.) ยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการทำตามคำสั่งของรัฐบาลจีน แต่เป็นการใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง พิจารณา เนื่องจากมีข้อมูลว่า นายโจชัวหว่อง เป็นบุคคลที่ถูกขึ้นแบล็กลิสต์ และเป็นภัยต่อความมั่นคง จึงพิจารณาผลักดันออกนอกประเทศ
ส่วนการที่นายโจชัวหว่อง เปลี่ยนชื่อ เพื่อเดินทางออกนอกประเทศเข้ามาที่ไทย เป็นเรื่องที่ประเทศต้นทางจะต้องพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับกรณีกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวแสดงความเห็นต่างกับมาตรการของรัฐบาลไทย เมื่อวานนี้ ได้สั่งการให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ หากพบว่าเข้าข่ายความผิดก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนวันนี้ที่จะมีกลุ่มนักศึกษาจัดสัมมนาในหัวข้อเหตุการณ์ 6 ตุลา ตามสถาบันต่างๆ ทั่วประเทศ ยืนยันว่าสามารถทำได้ แต่ต้องไม่ใช่การปลุกระดมหรือสร้างความแตกแยก ไม่ได้สั่งการใดเป็นพิเศษเว้นให้ตำรวจท้องที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูแลความปลอดภัยเท่านั้น
นอกจากนี้พล.ต.อ. ศรีวราห์ ยังเปิดเผยความคืบหน้าคดีระเบิด 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบนว่า ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม ขณะที่ในตอนนี้มีผู้ถูกออกหมายจับแล้วทั้งหมด 9 คน จับได้แล้ว 1 คนถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าเป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมด ซึ่งยังหลบหนีอยู่ในประเทศ และยังไม่พบว่ามีกลุ่มบุคคลนอกพื้นที่อยู่ในขบวนการด้วย ส่วนกรณีการประสานงานให้ คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการฟอกเงิน หรือป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปยังป.ป.ง.แล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของป.ป.ง. ทั้งนี้ เชื่อว่าการก่อเหตุมีผู้อยู่เบื่องหลัง ขณะที่การข่าวในช่วงเดือนตุลาคมยังไม่พบความเคลื่อนไหวในการก่อเหตุ







