
ตร.ทลายแหล่งทำปืนเถื่อนขายทางเฟซบุ๊ก
"ศานิตย์" พร้อม ตำรวจ 191 บุกทลายแหล่งดัดแปลงบีบีกัน เป็นปืนจริง หลายร้อยกระบอก ซุกอพาร์ตเมนต์ย่านสมุทรปราการ พบส่งขายทางเฟซบุ๊กแล้ว 4,000 กระบอก
"ศานิตย์" พร้อม ตำรวจ 191 บุกทลายแหล่งดัดแปลงบีบีกัน เป็นปืนจริง หลายร้อยกระบอก ซุกอพาร์ตเมนต์ย่านสมุทรปราการ พบส่งขายทางเฟซบุ๊กแล้ว 4,000 กระบอก
เมื่อเวลา 22.30 วันที่ 4 ตค. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 พล.ต.ต.ธรรมนูญ ไตรทิพยพงศ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บังคับการตำรวจสายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.สภ.เมืองสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนนครบาล ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจสืบสวนจังหวัดสมุทรปราการ และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้ร่วมกันนำกำลังเข้าตรวจค้นห้องพักภายในอพาร์ตเม้นต์ แห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ภายในซอยยัวซ่า (เพชรสุภาพรรณ ) เลขที่ 158 หมู่ 5 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ หลังสืบทราบว่า ภายในห้องเช่าดังกล่าว เป็นแหล่งผลิตและดัดแปลงอาวุธปืนเถื่อนขายทางเฟซบุ๊ก
จากการตรวจค้น ภายในห้อง 610 ชั้น 6 สามารถจับกุมนายปิยชัย เรืองฉาย อายุ 34 ปี พร้อม ของกลาง เป็นปืนบีบีกันชนิดลูกโม่และชิ้นส่วนอาวุธปืนชนิดต่าง ๆ จำวนวนมากที่แกะลูกโม่และลำกล้องออก รอเปลี่ยนชิ้นส่วนเป็นชิ้นส่วน จริง จำนวน 28 กระบอก ก่อนเข้าทำการตรวจค้นภายในห้องเลขที่ 724 ชั้น 7 อาคารเดียวกันซึ่งเป็นห้องของนาย มนัส ศรีศรชัย หรือณัฐ อายุ 32 ปี ซึ่งหลบหนีไปก่อนแล้ว พบชิ้นส่วนอาวุธปืนจริง ทั้งลูกโม่ ลำกล้อง รวมทั้งด้ามปืน และชิ้นส่วนอื่น ๆ รวมทั้งลูกกระสุนปืน รวมกว่า 364 ชุด และถังน้ำพลาสติกขนาดใหญ่ซึ่งภายในดัดแปลงยัดแผ่นฟองน้ำกระสอบใส่ข้าวสารเพื่อเก็บเสียงเอาไว้ทดลองยิงอาวุธปืนที่ดัดแปลงเสร็จเรียบร้อยก่อนส่งขายให้ลูกค้าในโลกออนไลน์ ภายในถังยังพบหัวกระสุนขนาดต่าง ๆ อีกจำนวนหนึ่ง จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 191 และชุดสืบสวนนครบาล ได้รับแจ้ง จากทางเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์สาขาดอนเมือง ว่ามีผู้นำกล่องวัสดุมีน้ำหนักมาฝากส่งที่ทำการไปรษณีย์สาขาดอนเมือง โดยระบุปลายทางถึงผู้รับซึ่งอยู่ในจังหวัดสงขลา ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะทำการนำส่งวัสดุดังกล่าวขึ้นเครื่องบินส่งไปยังปลายทางได้นำกล่องวัสดุดังกล่าวเข้าเครื่อง เอ็กซเรย์ ได้พบวัตถุต้องสงสัยคล้าย อาวุธปืนบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุดังกล่าว จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลเข้าทำการตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายในกล่องพัสดุได้พบว่าเป็นอาวุธปืนเถื่อนที่ดัดแปลงมาจากปืนบีบีกัน จึงรวมกันทำการสืบสวนหาแหล่งต้นทาง จนกระทั่งทราบว่าผู้ส่งชื่อนายปิยชัย เรืองฉาย พักอยู่ที่ อพาร์ทเม้นต์แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ จึงได้ประสานตำรวจ ประสานตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าทำการตรวจค้นจึงได้พบอาวุธปืนเถื่อนที่ถูกดัดแปลงและชิ้นส่วนอาวุธปืนจำนวนมากที่รอการประกอบซุกซ้อนอยู่ในห้องเลขที่ 724 ชั้น 7 และห้องเลขที่ 610 ชั้น 6 รวมแล้วจำนวนเกือบ 400 ชิ้น จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้เป็นของกลาง
จากการสอบสวนนายปิยชัย ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้าที่ตนเคยทำงาน อยู่ที่บริษัท ผลิตแก้ว แห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ ก่อนที่จะตกงาน และเพื่อน ที่ชื่อนายณัฐ ที่เคยทำงานอยู่ด้วยกัน ได้ชักชวน ตนมาประกอบปืนเถื่อนขายตามเฟซบุ๊ก โดยจำหน่ายในราคากระบอกละ 3 พัน ถึง 1 หมื่นบาท ซึ่งตนเพิ่งทำมาได้ประมาณ 4 เดือน มีหน้าที่จัดซื้อปืนบีบีกันขนาดต่าง ๆ ก่อนนำมาถอดชิ้นส่วนลูกโม่และลำกล้องออกส่งให้เพื่อนที่ชื่อนายณัฐ ไปประกอบและนำไปส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ที่สั่งมาเท่านั้น ส่วนของทั้งหมดเป็นของนายณัฐ โดยในระยะ 4 เดือน ตนส่งขายให้ลูกค้ามาแล้วกว่า 4 พันกระบอก แต่ละเดือนก็จะได้ค่าแรงในการประกอบปืนเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท สำหรับชิ้นส่วนต่างๆที่นำมาประกอบนั้น ตนไม่ทราบว่านายณัฐ เอามาจากไหน
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า สำหรับอาวุธปืนที่ตรวจพบนั้น เป็นอาวุธปืนที่ดัดแปลงมาจาก อาวุธปืนบีบีกัน ซึ่งสามารถใช้ทำร้ายชีวิตได้ จากการข่าวพบว่า พวกที่นิยมซื้อปืนเหล่านี้นั้นเป็นพวกซุ้มมือปืน ที่ต้องการนำไปทำอันตรายต่อชีวิตคนรวมถึงปล้นจี้ เนื่องจากมีราคาถูก โดยใช้แล้วสามารถโยนทิ้งเพื่อทำรายหลักฐานได้โดยทันที และยังประหยัดค่าจ้าง อาวุธปืนลักษณะนี้จึงนับว่าเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะได้ทำการขยายผลเพิ่มเติมว่า มีใครอยู่ในกระบวนการบ้าง ส่วนนายปิยชัย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป







