
กกต.โยก "สมชัย" คุมงานด้านบริหารกลาง
กกต.เตรียมปรับการทำงานใหม่ในรูปแบบบอร์ด พร้อมโยก "สมชัย" ไปดูแลงานด้านบริหารกลางแต่ตำแหน่งประธานยังคงเดิม
กกต.เตรียมปรับการทำงานใหม่ในรูปแบบบอร์ด พร้อมโยก "สมชัย" ไปดูแลงานด้านบริหารกลางแต่ตำแหน่งประธานยังคงเดิม
นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุมกกต.ได้มีการพิจารณาเรื่องการเสนอปรับรูปแบบการทำงานของกกต. ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญมาตรา 220 กำหนดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบในเรื่องงานธุรการต่าง ๆ แต่การทำงานของสำนักงานต้องเอื้อประโยชน์หรืออำนวยความสะดวกให้กกต.ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด ทั้งนี้ โดยสำนักงานได้เสนอรูปแบบไป และกกต.ได้มีข้อสังเกตมาสองสามประเด็นซึ่งจะต้องกลับไปศึกษาและนำกลับมาเสนอต่อกกต.อีกครั้ง
ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านบริหารกลาง กล่าวว่า การทำงานรูปแบบบอร์ดที่กกต.ให้สำนักงานกลับไปศึกษาเพิ่มเติมนั้น กกต.อยากให้กระบวนการทำงานชัดเจนทั้งเรื่องวาระการประชุม การกำกับดูแลจะผ่านกลไกของผู้บริหารสำนักงานอย่างไร ระบบมีการรายงานผลความคืบหน้าการทำงานอย่างไร และให้ศึกษาเปรียบเทียบกับองค์กรอิสระอื่น ๆ ว่าในรูปแบบขององค์กรเหล่านั้นที่ทำงานเป็นบอร์ดมีการแบ่งหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการกับสำนักงานอย่างไร จึงให้เวลาไปศึกษา 3-4 เดือน แล้วค่อยเสนอกลับมาอีกครั้ง พร้อมทั้งให้ศึกษาด้วยว่าหากเป็นรูปแบบของการทำงานแบบแบ่งเป็นด้าน ๆ จะเป็นอย่างไร รวมถึงให้สำนักงานเตรียมการเพื่อให้สำนักงานมีความเข้มแข็งด้วย
อย่างไรก็ตาม ในวันนี้กกต.ยังมีมติให้ตนกำกับดูแลงานด้านบริหารกลางตามข้อเสนอของนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. โดยยกเว้นสำนักกฎหมายและสำนักประชุมที่จะยังอยู่ในกำกับดูแลของประธานกกต. โดยนายศุภชัยจะกำกับดูแลด้านบริหารเลือกตั้งแทนตน ถือเป็นการสับเปลี่ยนหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้เกิดความเหมาะสม เพราะก่อนที่ตนจะมาทำหน้าที่กกต.ก็เคยดูเรื่องงบประมาณ การพัฒนาระบบบริหารเกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาก่อน
"เมื่อผมดูในด้านนี้เป็นการช่วยทำให้เป็นระบบมากขึ้น ทั้งเทคโนโลยี ประชาสัมพันธ์ แผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เป็นกลุ่มงานที่ต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์ด้านบริหารเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นการสับเปลี่ยนภายในไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งแต่มอบงานให้ดูแลที่มีความเหมาะสมตามสถานการณ์ และไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่ว่ามีความขัดแย้งภายในกกต. โดยในขณะนี้นายศุภชัย ก็ยังคงเป็นผู้บริหารสูงสุด และไม่มีการพูดถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงตัวประธานกกต.แต่อย่างใด ส่วนกกต.อีก 3 คน ยังกำกับดูแลด้านเดิมเพราะยังไม่มีใครสนใจที่จะเปลี่ยนแปลงงานด้านที่รับผิดชอบอยู่"นายสมชัย กล่าว







