
ประเด็นร้อน
ประเด็นร้อนวันที่ 24 ส.ค. ขอเตือนภัยว่าด้วยฟ้าฝน กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าคืนนี้พายุโซนร้อน
“มินดอนเล” จะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ทั่วทุกภาคมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ เสร็จเรื่องภัยธรรมชาติ กลับสู่ประเด็นร้อนๆ กันต่อ1.กลับมาอีกครั้ง ตามไปดู สส.ท่านแสดงคุณภาพยกสอง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 ในวาระที่ 23 โดยจะเป็นการพิจารณาต่อในมาตรา 17 งบประมาณกระทรวงมหาดไทยวงเงิน 2.3 แสนล้านบาท หลังจากที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภา ได้สั่งเลื่อนการประชุมออกไปเมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยไฮไลต์อยู่ที่งบประมาณของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ได้รับงบประมาณเพิ่มเติมเข้ามาถึง 8,100 ล้านบาท ทำให้ สส.ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายในประเด็นนี้ ด้วยการตั้งข้อสังเกตว่ามีการกระจายงบประมาณที่ก่อให้เกิดความเป็นธรรมหรือไม่ หากไม่มีข้อมูลใหม่ น่าจะสามารถติดตามชมได้จากการถ่ายทอดสดทางทีวี ตามที่นายกรัฐมนตรีดำริ
2.การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดนี้ถือเป็นนัดพิเศษอีกนัด ย้ายจากทำเนียบรัฐบาลไปที่รัฐสภา เพื่อความคล่องตัวในการรับมือฝ่ายค้าน วาระการประชุมที่น่าสนใจมากมาย แต่ร้อนที่สุด คือ กระทรวงคมนาคม (เจ้าเก่า) จะเสนอให้ ครม.พิจารณาอนุมัติโครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ปีงบประมาณ 25542559 วงเงินลงทุนกว่า 6.2 หมื่นล้านบาท ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) โดยเป็นการก่อสร้างอุโมงค์เชื่อมอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 กับอาคารผู้โดยสารหลัก และอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (อาคารแซทเทิลไลต์ เทอร์มินัล) โดยยืนยันว่าไม่ต้องทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) คัดค้าน
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะเสนอต่อที่ประชุมให้พิจารณามาตรการสร้างแรงจูงใจด้านภาษีให้คณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย โดยมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เต็มจำนวน หรือ 100% เป็นเงินสด ให้กับบริษัทถ่ายทำภาพยนตร์ชาวต่างประเทศ และการคืนภาษีอื่นๆ
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและอื่นๆ รวม 4 ประเภท ได้แก่ ยกเว้นการเก็บภาษีนักแสดงต่างชาติ หรือเก็บภาษีนักแสดงต่างชาติในอัตราศูนย์ ปรับปรุงข้อความในแบบแจ้งขออนุญาตทำงานชั่วคราวของชาวต่างชาติของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของธุรกิจถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์ และจัดช่องทางด่วนพิเศษในการตรวจตราเข้าประเทศที่สนามบินนานาชาติทุกแห่งของประเทศไทย
ทั้งนี้ ที่ประชุม ครม.จะพิจารณาการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะปีงบประมาณ 2553 ครั้งที่ 5 ซึ่งทำให้มีวงเงินในแผนบริหารหนี้เพิ่มขึ้นอีก 64,783 ล้านบาท เป็น 1,711,756.17 ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังชี้แจงว่า รัฐวิสาหกิจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงวงเงินบริหารหนี้เดิมและกู้เงินใหม่ แยกเป็นการบริหารและจัดการเงินกู้ในประเทศของรัฐบาลจากวงเงินเดิม 678,600 ล้านบาท ปรับเพิ่มอีก 4.2 หมื่นล้านบาท
และกระทรวงการต่างประเทศขออนุมัติการจัดตั้งคณะกรรมการอาเซียนแห่งชาติ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน เพื่อเป็นกลไกสำหรับการตัดสินใจในด้านนโยบายร่วมกันในประเด็นสำคัญๆ รวมทั้งประสานงานในระดับสูงเพื่อให้การเสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนมีเอกภาพ
3.จับตาการประชุม ครม.วันนี้ นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา จะเสนอวาระจรพิจารณาแต่งตั้งปลัดคนใหม่ ตามโผชิงเก้าอี้จะเสนอคนในกระทรวง 3 ราย และคนนอก 3 ราย เช่น น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ อดีตปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ปลัดจากกระทรวงวัฒนธรรม ใครมีวาสนาก็ว่ากันไป
4.หันไปเรื่องเศรษฐกิจ ยังต้องจับตาตลาดหุ้นว่าจะร้อนแรงได้ต่อเนื่องหรือไม่ หลังจากเมื่อวันที่ 23 ส.ค. ดัชนีพุ่งไปแตะระดับเหนือ 900 จุด ได้ในช่วงสั้นๆ และทำให้ช่วงเช้าปิดบวก 6 จุด โดยเม็ดเงินต่างชาติยังไหลบ่าเข้าประเทศไทย ประกอบกับมีข่าวดีที่ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ยังเติบโตถึง 9.1% อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายมีการขายทำกำไรมาก ทำให้ดัชนีปิดที่ 894.78 จุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.86 จุด หรือ 0.10% ขณะที่มูลค่าการซื้อขายคึกคัก 35,161 ล้านบาท
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ประเมินดัชนีเคลื่อนไหววันนี้ ที่กรอบแนวต้าน 900903 จุด และแนวรับที่ 885 จุด







