posttoday
นายกฯคนนอก...แล้วไง

นายกฯคนนอก...แล้วไง

03 ตุลาคม 2559

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

โดย...สมผล ตระกูลรุ่ง

การเมืองไทยจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ภายใต้อำนาจของ คสช. และภายใต้กติกาที่อาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ และคณะ ที่ได้วางโครงสร้างการเมืองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญที่ได้ผ่านประชามติของประชาชนด้วยเสียงท่วมท้น

การลงประชามติในครั้งนี้เป็นการลงมติทั้งฉบับ นั่นหมายถึงว่า หากไม่เห็นด้วยในบางเรื่องบางประเด็น ก็ไม่อาจแก้ไข หรือแสดงความเห็น หรือปฏิเสธได้ เนื่องจากลงประชามติได้เพียงรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเท่านั้น และนั่นคงเป็นที่มาของการตั้งคำถามพ่วงที่ให้ลงประชามติพร้อมร่างรัฐธรรมนูญในคราวเดียวกัน การตั้งคำถามพ่วงมีข้อดีที่เป็นประเด็นชัดเจนว่า ประชาชนต้องการหรือเห็นด้วยกับประเด็นที่ตั้งหรือไม่

คำถามพ่วงจึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าร่างรัฐธรรมนูญ และน่าจะถือว่ามีความสำคัญกว่าด้วยซ้ำไป เจตนารมณ์ตามคำถามพ่วงนี้ กรธ.ต้องนำไปแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญให้สอดคล้องกัน ด้วยเหตุนี้รัฐธรรมนูญชั่วคราวจึงได้กำหนดให้ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.แก้ไขมานั้น เป็นไปตามเจตนารมณ์ของคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติแล้วหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีหน้าที่วินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ กรธ.แก้ไขมานั้น ตรงตามเจตนารมณ์ตามคำถามพ่วงหรือไม่ โดยไม่ต้องมีคำขอ เพราะเป็นการวินิจฉัยในกรอบที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่วินิจฉัยตามคำขอของหน่วยงานใด กรธ.เองก็ไม่ต้องขอ ถ้าจะขอก็ต้องขอให้วินิจฉัยตามที่กฎหมายบัญญัติ จึงไม่มีกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยเกินคำขอ จะมีก็แต่วินิจฉัยเกินกรอบกฎหมายหรือไม่ หรือหาก กรธ.มีคำขอ คำขอนั่นเองอาจขอนอกกรอบของกฎหมาย

สาระสำคัญของคำถามพ่วงมี 2 ประเด็น คือ ให้ สว.ร่วมกับ สส.ให้ความเห็นชอบผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี และกำหนดเวลาไว้ 5 ปี เพื่อการปฏิรูปประเทศ

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสองประเด็น คือ ให้ สว.มีสิทธิร่วมเสนอ ให้ยกเว้น ให้สามารถเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีที่ไม่เป็น สส.ได้ และระยะเวลาในการยกเว้นดังกล่าวมีกำหนด 5 ปี 

หลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ บรรดาเสือสิงห์กระทิงแรดนักเลือกตั้งทั้งหลายก็ออกมากล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญเปิดช่องนายกฯ คนนอก

สันดานนักเลือกตั้งก็เป็นอย่างนี้ อะไรที่ไปขัดผลประโยชน์ของตัวเอง แม้จะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศชาติ ก็จะต้องออกมาตีโพยตีพาย ตีฆ้องร้องป่าวว่าไม่เป็นประชาธิปไตย โดยใช้
คาถาเดิมๆ ว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจาก สส.จึงจะเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คำว่าประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น หมายถึงอะไรกันแน่ และมีตำราที่ไหนที่บอกว่า ประชาธิปไตยที่แท้จริงนั้น นายกรัฐมนตรีต้องเป็น สส. ต้องมาจากการเลือกตั้ง

กระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีตามที่บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่ว่า อยู่ๆ จะเสนอชื่อคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะในรัฐธรรมนูญกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องมาจาก สส.เท่านั้น โดยมีข้อยกเว้นไว้เป็นการชั่วคราวในบทเฉพาะกาล ตามมาตรา 272 

ขั้นตอนตามรัฐธรรมนูญกำหนดกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีคนนอกนั้น จะต้องดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้

1.เมื่อเลือกตั้งเสร็จจนสามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้แล้ว สส.เท่านั้นจะเป็นผู้เสนอชื่อบุคคลจากรายชื่อที่ได้ประกาศไว้ตั้งแต่ตอนหาเสียง โดยร่างรัฐธรรมนูญเดิมให้ สส.เลือกกันเอง แต่ตามคำถามพ่วงให้สว.ร่วมพิจารณาให้ความเห็นชอบด้วย โดยคะแนนเสียงที่จะเห็นชอบต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกทั้งหมดของรัฐสภา ไม่ใช่เสียงข้างมากของผู้เข้าประชุม

2.หากการคัดเลือกนายกรัฐมนตรีตามข้อ 1.ไม่สามารถหาตัวนายกรัฐมนตรีได้ ว่าด้วยเหตุใดๆ ซึ่งในข้อเท็จจริงน่าจะเกิดจากไม่มีผู้ใดได้รับคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด หากเกิดกรณีเช่นนี้บ้านเมืองก็จะเดินหน้าไม่ได้ ไม่สามารถตั้งคณะรัฐมนตรีให้บริหารประเทศได้  บทเฉพาะกาลมาตรา 272 เดิมจึงได้บัญญัติเป็นทางออกไว้ว่า ให้ สส.เสนอรัฐสภาให้มีมติยกเว้นการเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลภายนอกได้ โดยคะแนนเสียงที่ให้ยกเว้นต้องไม่น้อยกว่าสองในสาม ทั้งนี้ ตามร่างเดิมกำหนดให้ยกเว้นได้เพียงครั้งแรกครั้งเดียว แต่ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า เจตนารมณ์ตามคำถามพ่วงที่ผ่านประชามติ ประชาชนต้องการให้มีกลไกพิเศษในช่วง 5 ปีแรก และเมื่อคำถามพ่วงให้ สว.ร่วมโหวตให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีด้วย จึงได้วินิจฉัยว่า สว.ก็มีสิทธิเสนอให้ยกเว้น โดยให้สามารถเสนอชื่อคนนอกเป็นนายกรัฐมนตรีได้ และใช้ได้ตลอด 5 ปี ไม่ใช่เฉพาะครั้งแรกหลังการเลือกตั้งเท่านั้น

3.เมื่อรัฐสภาเห็นชอบให้ยกเว้นข้อห้ามคนนอกแล้ว กระบวนการจะกลับมาที่ สส.จะเป็นผู้เสนอบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาเห็นชอบ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดของรัฐสภา

ทำไมบรรดา สส.นักเลือกตั้งทั้งหลาย จึงต้องกลัวบุคคลภายนอกที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าตัวเองเป็นคนดีมีความสามารถตามที่คุยโม้โอ้อวดไว้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแข่งขัน

เมื่อเร็วๆ นี้ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ดร.เขียน ธีระวิทย์ ได้ตั้งคำถามว่า นายกฯ คนนอกเป็นคนไทยหรือเปล่า ได้ออกมาให้ความเห็นว่า ตนเองตกหลุมตำราฝรั่งที่ชวนเชื่อว่าประชา ธิปไตยที่สุด ท่านสรุปว่าท่านไม่กลัวนายกฯ คนนอก แต่กลัวนายกฯ ที่ไม่บังคับใช้กฎหมาย ไม่เคารพกฎหมาย

ที่ผ่านมา นายกฯ คนนอกทำประโยชน์ให้ประเทศชาติมากมาย พล.อ.เปรม รัฐบุรุษ เป็นนายกรัฐมนตรี 8 ปี ไม่เห็นมีใครเป็นอะไร กลับเป็นยุคที่สร้างความมั่นคงให้กับประเทศชาติ บ้านเมืองสงบสุข แต่ตระกูลชินและบริวาร นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นนายกรัฐมนตรีรวมกัน 10 ปี สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน เกิดความรุนแรง ใช้อาวุธ มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และสร้างความเสียหายให้กับประเทศหลายแสนล้านบาท ในขณะที่ตระกูลตัวเองและพวกพ้องร่ำรวยจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

นายกรัฐมนตรีจะดีหรือไม่ดี ไม่ได้อยู่ที่มาจาก สส.หรือไม่ แต่อยู่ที่เป็นผู้ที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีความละอายต่อบาปหรือไม่

นายกรัฐมนตรีที่เป็นคนนอก แต่ทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ทำไมต้องคัดค้าน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท