
เลห์แมน 2?
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
อาจกล่าวได้ว่านับตั้งแต่การล่มสลายของเลห์แมน บราเธอร์ส และวิกฤตการณ์การเงินโลกเมื่อปี 2008 เป็นต้นมา แทบไม่มีธนาคารไหนอีกแล้วที่จะสร้างความวิตกและตื่นตระหนกให้ตลาดทุนโลกอีกครั้งได้มากไปกว่า ดอยช์แบงก์ ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ที่สุดในเยอรมนี
ปัญหาในปัจจุบันหลักๆ ของดอยช์แบงก์ ก็คือ ค่าปรับมหาศาลจากคดีความต่างๆ โดยเฉพาะจากเคสล่าสุดกับกระทรวงยุติธรรม สหรัฐ ที่อาจถูกปรับสูงถึง 1.47 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากคดีเกี่ยวกับตราสารอนุพันธ์ที่อิงกับสินเชื่อที่อยู่อาศัย (MBS) เมื่อปี 2008 แถมล่าสุดหมาดๆ ก็เพิ่งถูกโยงเข้าคดีช่วยกับตบแต่งบัญชีกับแบงก์ในอิตาลี
ปัญหาก็คือ พวกค่าปรับคดีความเหล่านี้ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านเดียวที่แบงก์กำลังเผชิญอยู่
เพราะหากดูในเชิงพื้นฐานแล้ว ดอยช์แบงก์ย่ำแย่ติดต่อกันในแง่ผลประกอบการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ซึ่งภาวะดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กดดันให้ธุรกิจธนาคารทำผลกำไรได้ยากขึ้น
และหากยังจำกันได้ในช่วงต้นปีนี้ราวเดือน ก.พ.ดอยช์แบงก์ระส่ำระสายมาแล้วรอบหนึ่งจากความกังวลว่าจะไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหุ้นกู้แปลงสภาพแบบมีเงื่อนไข ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า โคโค บอนด์ (Coco Bonds)
ซึ่งเป็นตราสารที่ดอยช์แบงก์เข้าไปเล่นครองมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในตลาดเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่นๆ หลายฝ่ายกลัวว่าถ้าสถานการณ์ยังย่ำแย่จนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยได้ ดอยช์แบงก์จะปล่อยให้หุ้นตกเพื่อบังคับแปลงสภาพหุ้นกู้ให้เป็นหุ้นสามัญตามเงื่อนไข ซึ่งทำให้นักลงทุนต้องแบกรับความเสี่ยงไปด้วย
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ถึงกับกล่าวถึงดอยช์แบงก์ไว้เมื่อกลางปีนี้ว่าเป็นธนาคารที่อันตราย (เสี่ยง) ที่สุดในโลก
ปัจจัยลบหลายอย่างที่ประดังประเดเหล่านี้เองทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลกันหนักขึ้น ยิ่งมีข่าวว่า อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี จะไม่ช่วยอุ้มด้วยแล้วก็ยิ่งลือกันหนัก จนมีรายงานว่ากองทุนเฮดจ์ฟันด์บางรายเริ่มถอนเงินสดออกจากดอยช์แบงก์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จากที่ได้ตามไล่อ่านเรื่องนี้แล้ว เห็นตรงกันว่า “ดอยช์แบงก์ไม่ใช่เลห์แมน บราเธอร์ 2”
ความที่เป็นแบงก์พาณิชย์ใหญ่สุดในยุโรปซึ่งถือเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจต้นหนึ่งของระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค ต่างจากเลห์แมน ที่เป็นวาณิชธนกิจหรือธนาคารเพื่อการลงทุน ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่าหากเดินมาถึงจุดวิกฤตขั้นชี้เป็นชี้ตายจริงๆ แล้ว แมร์เกิลและยุโรปไม่น่าจะปล่อยให้ดอยช์แบงก์ล้ม คงต้องอุ้มพยุงกันทางใดทางหนึ่ง เพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามกลายเป็นวิกฤตการณ์รอบใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง
วิกฤตของดอยช์แบงก์ยังไม่ได้โยงใยเป็นลูกโซ่เมื่อเทียบกับวิกฤตซับไพรม์ เมื่อ 8 ปีก่อน ที่มีผู้เล่นเป็นแบงก์ใหญ่ๆ ของโลกหลายราย ทำให้ปัญหาบานปลายอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่า ดอยช์แบงก์อาจเจรจายอมความกับสหรัฐได้ โดยจ่ายเงินน้อยกว่านั้นเกือบ 1 ใน 3 หรืออยู่ที่ราว 4,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะช่วยผ่อนความหนักอึ้งของภาระทางการเงินลงได้มาก
ทว่า เรื่องนี้ก็ยังถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องจับตากันต่อ เพราะปัญหาความเชื่อมั่นอาจยังบั่นทอนตลาดทุนโลกไปได้อีกพักใหญ่อย่างแน่นอนค่ะ







