
ท่องเที่ยวไทยแข็งแกร่ง
รอยเตอร์ส เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งทำให้ทารกที่เกิดจากผู้ติดเชื้อมีสมองขนาดเล็กผิดปกติ สำหรับประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยไม่มากนัก เมื่อเทียบกับช่วงกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสซาร์ส เมื่อปี 2003 นอกจากนี้ยังระบุว่า ประเทศไทยยังเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมาตลอด แม้เผชิญกับเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มลดทอนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวหลายครั้ง
รอยเตอร์ส เปิดเผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา ซึ่งทำให้ทารกที่เกิดจากผู้ติดเชื้อมีสมองขนาดเล็กผิดปกติ สำหรับประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของไทยไม่มากนัก เมื่อเทียบกับช่วงกระแสการแพร่ระบาดของไวรัสซาร์ส เมื่อปี 2003 นอกจากนี้ยังระบุว่า ประเทศไทยยังเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวมาตลอด แม้เผชิญกับเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มลดทอนความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวหลายครั้ง
กลุ่มนักท่องเที่ยวและธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลายราย ระบุว่า แม้หน่วยงานราชการของไทยจะยืนยันแล้วว่าพบทารกศีรษะเล็กจากการติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นรายแรกในอาเซียนที่ไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมหาศาลที่ได้วางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาว หรือช่วงวันหยุดสัปดาห์ทอง
ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์วันหยุดยาวของจีนซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป ถือเป็นช่วงเวลาทองสำหรับประเทศท่องเที่ยวที่รองรับชาวจีน โดยเฉพาะประเทศเขตร้อนอย่างไทย
ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขสหรัฐเตือนหญิงตั้งครรภ์ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายัง 11 ประเทศอาเซียน รวมถึงไทย อย่างไรก็ดีนักท่องเที่ยวชาวจีนส่วนใหญ่ระบุกับรอยเตอร์สว่า มีความหวาดกลัวไวรัสซิกา แต่ไม่เปลี่ยนแผนการเดินทางมาเที่ยวในไทย
ทีน่า หลัน วัย 30 ปี จากเซี่ยงไฮ้ ระบุว่า ได้จองเที่ยวบินช่วงสัปดาห์ทองมาเที่ยวไทยตั้งแต่ 6 เดือนที่ผ่านมา
“ฉันรู้สึกกลัวเล็กน้อย เพราะไวรัสซิกาสามารถติดต่อได้ผ่านยุง ซึ่งมีจำนวนมากในไทย แต่ฉันก็จะยังเดินทางมาเที่ยวไทยตามแผนการเดิม” หลัน กล่าว
ด้านเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวไทย ระบุว่า ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกาน่าจะส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวจีนเพียงแค่ในระยะสั้นเท่านั้น
ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า จะมีนักท่องเที่ยวจีนราว 2.2 แสนราย เข้ามาในประเทศช่วงสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้น 30% จากปีที่แล้ว และความกังวลเรื่องไวรัสซิกาไม่น่าจะทำลายความต้องการในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้ได้
รอยเตอร์ส เสริมว่า ค่าครองชีพที่ถูก ประกอบกับสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ไทยกลายเป็นปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน และได้รับความนิยมเพิ่มต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ภาพยนตร์จีน เรื่อง “ลอสต์ อิน ไทยแลนด์” เมื่อปี 2012 ยิ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยและกระตุ้นความต้องการของชาวจีนเพิ่มขึ้นมา
นอกจากนี้ รอยเตอร์ส ยังระบุว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสามารถรอดพ้นจากอุปสรรคหลายอย่างมาได้นานกว่า 10 ปี แม้จะเผชิญการรัฐประหารในปี 2006 และ 2014 รวมทั้งเหตุการณ์ระเบิดในไทยเมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติบาดเจ็บหลายราย แต่การท่องเที่ยวไทยก็มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ระเบิดบริเวณหน้าศาลพระพรหมแยกราชประสงค์ เมื่อปีที่แล้ว ทำให้นักท่องจีนเสียชีวิต 7 ราย ไม่ได้ขัดขวางกระแสความนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยเลย
ทั้งนี้ ไทยตั้งเป้าหมายมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงสุดทำสถิติใหม่ อยู่ที่ 33 ล้านคน ในปี 2016 โดยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยซึ่งคิดเป็น 10% ของตัวเลขเศรษฐกิจ (จีดีพี)







