posttoday
เร่งแก้ปัญหาน้ำ

เร่งแก้ปัญหาน้ำ

03 ตุลาคม 2559

หลังมหาอุทกภัยปี 2554 ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดผลกระทบทั้งจากภัยแล้งและอุทกภัยที่ส่งผลเสียอย่างกว้างขวาง รัฐบาลในขณะนั้นพยายามผลักดันโครงการจัดการทรัพยากรน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณรวมแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท

หลังมหาอุทกภัยปี 2554 ทุกฝ่ายต่างเห็นตรงกันว่า การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อลดผลกระทบทั้งจากภัยแล้งและอุทกภัยที่ส่งผลเสียอย่างกว้างขวาง รัฐบาลในขณะนั้นพยายามผลักดันโครงการจัดการทรัพยากรน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณรวมแล้วกว่า 2 แสนล้านบาท

แม้อภิมหาโครงการการจัดการน้ำดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นจริง แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นว่าทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ต่างเห็นความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพียงแต่น่าเสียดายที่เวลาผ่านไปไม่กี่ปี ประเทศไทยก็ต้องเผชิญกับผลกระทบจากปัญหาน้ำถึง 2 ปีติดต่อกัน

ในฤดูฝนปี 2558 ต่อเนื่องถึงฤดูแล้งปี 2559 ประเทศไทยต้องเผชิญผลกระทบจากภัยแล้งอย่างหนักหน่วง เกษตรกรถูกสั่งห้ามทำนา หรือการปลูกพืชที่ต้องใช้น้ำมาก หลายพื้นที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ครั้งเข้าฤดูฝนปี 2559 เรากลับต้องหวาดผวากันอีกครั้งว่าอาจจะเกิดน้ำท่วมใหญ่ดังเช่นปี 2554 จากฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง

จริงอยู่ ฝนที่ตกหนักนั้นเป็นไปตามธรรมชาติ ซึ่งจะถูกน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี แต่หากมองถึงการเตรียมการเพื่อป้องกันและลดผลกระทบบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนนั้นจะเห็นได้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทบไม่เอาจริงเอาจังแต่อย่างใด

การขุดลอกคลอง เก็บผักตบชวา ก็เพิ่งเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 1 เดือนมานี้ และที่สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วก็เนื่องจากมีคำสั่งโดยตรงมาจากนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ คันกั้นน้ำต่างๆ ก็ไม่อยู่ในสภาพพร้อมรับมือ หากปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงมากกว่านี้ โดยถนนซึ่งใช้เป็นคันกั้นน้ำหลายจุดในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ต่างทรุดตัวจากปัญหาภัยแล้งเมื่อปีที่ผ่านมา และไม่มีการแก้ไขซ่อมแซม เพิ่งจะมีการสำรวจและซ่อมแซมเมื่อช่วงสัปดาห์ก่อน หลังจากที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นจากการระบายน้ำเหนือ

สิ่งต่างๆ เหล่านี้สะท้อนว่า ยังไม่มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในระดับที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบ หรือหากส่งผลกระทบก็จะเกิดขึ้นน้อยที่สุด

ภาคเหนือเกิดอุทกภัยมาแล้วร่วม 1 เดือน แต่เพิ่งมีการเร่งระบายน้ำในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น้ำที่ระบายผ่านแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น ประกอบกับฝนที่ตกต่อเนื่องก็ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำ 7 จังหวัดภาคกลาง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะที่น้ำฝนท่วมขังใน กทม.ก็ยังต้องใช้เวลารอระบายนานนับชั่วโมง

ที่ผ่านมา การบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาน้ำจึงยังไม่เกิดขึ้นจริง หรือยังไม่เกิดประสิทธิภาพ การลงพื้นที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ของนายกฯ ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ เพื่อดูข้อเท็จจริงสถานการณ์น้ำที่กำลังสร้างความวิตก จึงอาจเป็นความหวังให้การแก้ปัญหาต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการนำบทเรียนช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทบทวนและวางแนวทางให้การบูรณาการแก้ปัญหาเกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง การใช้อำนาจสั่งการนั้น เหมาะสมสำหรับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่หากกระบวนการเพื่อเตรียมการรับมือมีประสิทธิภาพเพียงพอ ย่อมสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท