posttoday

จัดทัพบิ๊กสีกากี เสริมแกร่ง "จักรทิพย์"

03 ตุลาคม 2559

ดูจากการวางนายตำรวจเพื่อทำงาน เห็นได้ชัดว่าจากนี้จะเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ แทบทั้งสิ้น

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

มติจากคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. ที่ชูมือผ่านฉลุยให้แต่งตั้งโยกย้ายนายพลตำรวจทั้งใหญ่และเล็ก จำนวน 321 ราย โดยมี “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นั่งเป็นประธานหัวโต๊ะประชุม

เป็นอันว่านายตำรวจชั้นยศระดับ พล.ต.อ.-พล.ต.ต. ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ถึงระดับผู้บังคับการ (ผบก.) ผ่านฉลุยในทุกตำแหน่ง ไร้เสียงคัดค้านใดๆ จากที่ประชุม

เมื่อชำแหละรายชื่อจะเห็นได้ชัดเจนว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คัดเลือกโดยมุ่งไปที่ประสิทธิภาพของนายตำรวจเป็นหลัก แต่ขณะเดียวกัน นายตำรวจที่ใกล้ชิดกับขั้วอำนาจปัจจุบัน ก็ทะยานขึ้นชั้นเป็นทิวแถว

แต่อีกด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็สลายขั้วอำนาจเก่าให้หมดสิ้นได้เช่นกัน ทั้งนี้ ก็เพื่อให้งานตำรวจที่ยุคปฏิรูปได้เดินหน้าอย่างที่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความต้องการ

เพราะหากไม่จัดระเบียบ ปล่อยทิ้งขว้างไร้การดูแล หรือปรับตำแหน่งให้เหมาะสม งานที่ต้องเดินหน้าอาจจะไม่เกิดขึ้น เพราะผู้ใต้บังคับบัญชาอาจมัวแต่ขัดแข้งขัดขาผู้เป็นนาย

ไล่เรียงจากตำแหน่งสูงสุดอย่าง ผบ.ตร. พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา ที่ปรึกษา สบ 10 นายตำรวจที่ใกล้ชิดขั้วอำนาจเก่าทางภาคเหนือ ได้เลื่อนชั้นขยับขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. พร้อมคุมงานใหญ่อย่างป้องกันปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา ที่ปรึกษา สบ 10 นักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 33 ในฐานะอาวุโสอันดับ 1 พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น ที่ปรึกษา สบ 10 นรต.32 อาวุโสอันดับ 2 ก็ถูกดันขึ้นเป็น รอง ผบ.ตร. เช่นกัน

เมื่อมามองในตำแหน่งหลักอย่างในกรุงเทพมหานครที่เป็นพื้นที่สำคัญที่สุด และในหลายยุคสมัยที่ผ่านมา ตัว ผบ.ตร.ต้องวางคนที่ไว้วางใจได้ที่สุดคุมพื้นที่เมืองหลวง

แต่หาใช่ในยุคของ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ แต่อย่างใด แม้ว่าเสียงลือในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดังออกมานอกรั้วว่ามีการต้องการเปลี่ยนตัว ผบช.น. เจ้าของรหัสเรียกขานว่า น.1 อย่าง พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. อยู่บ่อยครั้ง บ้างว่า “บิ๊กหยม” พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะที่เป็น นรต.รุ่น 36 รุ่นเดียวกันกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และยังถือว่าเป็นเพื่อนรัก ผบ.ตร. จะก้าวเข้ามาเป็นใหญ่ในเมืองหลวงบ้าง

ท้ายสุด ชื่อของ “แป๊ะเล็ก” พล.ต.ท.ศานิตย์ ก็ยังได้รับความไว้วางใจให้คุมตำรวจเมืองกรุงต่อไป อาจจะด้วยว่าเป็นน้องรักของบิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่หนุนสุดตัวให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ยังอยู่ในตำแหน่งต่อไป เพื่อสานต่องานหลักคือแก้ไขปัญหาจราจรและเป็นนายใหญ่เมืองกรุง

แต่อีกนัย การที่เพื่อนรักของ ผบ.ตร.ไม่ได้นั่งเก้าอี้เมืองหลวงก็ตาม แต่ท้ายสุด พล.ต.ท.ชาญเทพ ก็ยังได้ขยับใกล้เข้ามา เมื่อมานั่งเป็น ผบช.ภ.1 คุมกำลังตำรวจหลักของภาคกลาง ขณะที่เจ้าของตำแหน่งเดิมอย่าง พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ อีกราย ก็ขยับขึ้นเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.

ขณะที่พื้นที่สำคัญทางการเมืองอันเข้มข้น ทั้งภาคเหนือและภาคอีสาน รัฐบาลต้องการเลือกคนที่ไว้ใจเข้าไปคุมอำนาจและนายตำรวจที่ว่าต้องสามารถกดความเคลื่อนไหวของขั้วอำนาจที่เห็นต่างให้ได้ จึงเป็นชื่อของ พล.ต.ท.ชนสิษฎ์ วัฒนวรางกูร ผบช.ภ.6 สามี กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็น ผบช.ภ.3 คุมภาคอีสานตอนล่าง ขณะที่อีสานตอนบน ได้ พล.ต.ต.จตุพล ปานรักษา รอง ผบช.ภ.4 นายตำรวจที่ใกล้ชิดและสายตรง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ขยับขึ้นเป็น ผบช.ภ.4

ส่วนภาคเหนือ ได้ พล.ต.ต.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ รองผบช.น. นรต.35 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. บวกแรงหนุนจากสายทหาร ทำให้ได้ขยับข้ามห้วยไปนั่ง ผบช.ภ.5 และทั้ง 3 พื้นที่หลักถือเป็นพื้นที่สำคัญที่สายทหารจำต้องขอให้วางคนที่ไว้ใจได้มาคุมกำลัง

อีกด้านในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในตำแหน่งผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบช.ศชต.) “บิ๊กแหมว” พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รอง ผบช.ภ.1 เพื่อนร่วมรุ่น พล.ต.อ.จักรทิพย์ อีกราย ถูกย้ายลงใต้รับตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้น และถือเป็นมือดีที่ครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น เมื่อถูกวางตัวให้คุมพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ด้วยความครบเครื่องที่ว่า พล.ต.ต.รณศิลป์ จะช่วยงานและเบาแรงให้ ผบ.ตร.ได้อีกด้วย

ส่วนด้านการข่าวอย่างกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ก็วางเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนอย่าง “บิ๊กปั๊ด” พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. ให้ขยับข้ามห้วยมาเป็น ผบช.ส.

ดูจากการวางนายตำรวจเพื่อทำงาน เห็นได้ชัดว่าจากนี้จะเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ แทบทั้งสิ้น ด้วยการวางคนที่สนิทและสายตรงที่สั่งการได้อยู่ในพื้นที่สำคัญๆ เกือบจะทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ขาเก้าอี้ ผบ.ตร.ที่ยังต้องอยู่อีก 3 ปีข้างหน้าแข็งแรงมากที่สุด 

ข่าวล่าสุด

เลือกตั้งล่วงหน้า 1 ก.พ. นี้! กกต.พร้อม - แจ้งเปลี่ยนพิกัด 2 หน่วย กทม.