
อุตุฯเตือน ฝนถล่มต่อ อีก2สัปดาห์
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ฝนถล่มภาคกลางต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ ส่วนภาคเหนือ-อีสานเริ่มลดลง
กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ฝนถล่มภาคกลางต่อเนื่องอีก 2 สัปดาห์ ส่วนภาคเหนือ-อีสานเริ่มลดลง
นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ต่อจากนี้ไป จนถึงช่วงกลางเดือน ต.ค. ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางตอนบน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากน้ำเหนือ และทำให้บางจังหวัดได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมได้ ส่วนพื้นที่ภาคกลางตอนล่าง ได้แก่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี จะยังคงเป็นพื้นที่ซึ่งต้องเฝ้าระวังจากฝนตกหนัก และอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทางการเกษตร
อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน คาดการณ์ว่า ปริมาณฝนจะทยอยลดลงในระยะต่อจากนี้ก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องคลื่นลมแรงก่อนจะเข้าฤดูฝนอย่างเป็นทางการ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้บูรณาการทำงานร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลแจ้งเตือนในการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางลงพื้นที่น้ำท่วม ตั้งแต่ จ.ชัยนาท โดยจะรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและปัญหาอุทกภัยที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท และเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคกลางซึ่งกำลังประสบอุทกภัยอยู่ในขณะนี้
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นหน่วยงานหลักแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ และให้ท้องถิ่นเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล
“รัฐบาลจำเป็นต้องผันน้ำหรือระบายน้ำเข้าไปในบางพื้นที่ โดยสร้างคันกั้นน้ำไม่ให้น้ำไหลอย่างสะเปะสะปะ ซึ่งหน่วยงานชลประทานและหน่วยงานอื่นๆ ของกระทรวงเกษตรฯ ในจังหวัดต่างๆ จะพิจารณาว่าจะผันน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมอย่างไร และผันไปไว้ที่ใด เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เพาะปลูกและที่อยู่อาศัยของประชาชน” พล.ท.สรรเสริญ กล่าว
โฆษกรัฐบาลกล่าวอีกว่า เรื่องนี้จะดำเนินการทันที เมื่อมีการตกลงกันแล้วว่าจะผันน้ำเข้าพื้นที่ใด ขอให้จังหวัดจัดตั้งทีมออกไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนให้ชัดเจนว่า ผู้ที่ต้องเสียสละที่ดินของตนให้เป็นพื้นที่รับน้ำนั้น จะได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางราชการอย่างไร เพื่อให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการแก้ไขปัญหา
พล.ท.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า หากจังหวัดติดขัดในเรื่องการประสานงานกับส่วนราชการในพื้นที่ ให้รีบแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ช่วยแก้ปัญหาในระดับกระทรวงโดยด่วน ส่วนในระยะต่อไป กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งสนับสนุนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนข้าว หรือเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจที่ค้าขายได้ดีกว่า เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากภัยธรรมชาติ รวมทั้งเกษตรกรจะประหยัดต้นทุน ได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการ และมีตลาดรองรับผลผลิตอีกด้วย







