posttoday
ตันตระเถรวาท

ตันตระเถรวาท

02 ตุลาคม 2559

หลังจากวิพากษ์เรื่องโขนไปทำให้ผมเกิดสนใจเรื่องไสยศาสตร์เป็นพิเศษ (แต่เดิมก็สนใจพอสมควรอยู่แล้ว)

โดย...กรกิจ ดิษฐาน

หลังจากวิพากษ์เรื่องโขนไปทำให้ผมเกิดสนใจเรื่องไสยศาสตร์เป็นพิเศษ (แต่เดิมก็สนใจพอสมควรอยู่แล้ว) เลยหาตำราคณาจารย์ไทยกับงานวิจัยฝรั่งมาอ่านให้ประเทืองปัญญา เรื่องอาจารย์ไทยไม่ใช่ปัญหา เพราะมีเยอะแยะ แต่ฝรั่งที่สนใจศาสตร์พวกนี้แบบเป็นวิชาการมีน้อย เท่าที่ทราบผมรู้จักคนเดียวคือ ฟร็องซัว บิโซต์ (François Bizot) ชาวฝรั่งเศส ที่ศึกษาพระพุทธศาสนาในกัมพูชา และเป็นฝรั่งคนเดียวรอดชีวิตจากคุกนรกตวลสเล็งในยุคเขมรแดง ชีวิตของ บิโซต์ หวือหวาสุดๆ ยังกับอินเดียนา โจนส์

บิโซต์ น่าจะเป็นคนแรกที่กำหนดคำว่า ตันตระสายเถรวาท (Tantric Theravada) คือการเน้นผลสัมฤทธิ์จากปฏิบัติการทางจิต (โยคะ) หรืออำนาจพระรัตนตรัย (พุทธคุณ) มาช่วยส่งเสริมการปฏิบัติธรรมหรือแม้แต่ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก บิโซต์ เรียกผู้ปฏิบัติสายนี้ว่า "โยคาวจร" หมายถึง ผู้ปฏิบัติโยคะ คำคำนี้ปรากฏในตำรากรรมฐานโบราณของไทย กัมพูชา และลาว เป็นต้น หมายถึง ผู้ปฏิบัติโยคะเพื่อมุ่งสู่นิพพาน

การฝึกโยคะแต่โบราณเน้นฝึกจิต ส่วนการฝึกโยคะทางกายสืบทอดมาในหมู่แพทย์ เช่น หมอนวดแผนไทย รวมถึงมวยไทย ปัจจุบันนี้เราไปเรียนโยคะของฝรั่งที่รับมาจากโยคีอินเดียยุคใหม่อีกทอด โดยลืมไปว่าไทยรับโยคะศาสตร์จากอินเดียมาแต่โบราณ

โยคะฝ่ายจิตไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะจิตมันวุ่นวายเหมือนลิงพันตอ จึงต้องอาศัยเครื่องมือสะกดจิต เช่น อักขระธรรม คัมภีร์เคล็ดวิชา เช่น คัมภีร์ปถมัง ซึ่งเริ่มจากการเขียนพินทุ (จุดกำเนิด) จบที่เขียนสูญนิพพาน (จุดสิ้นสุด) วิชานี้ชายชาตรีแต่โบราณต้องเรียนไว้รวมกาย วาจา ใจ ไว้เป็นหนึ่ง คือ ปากท่อง มือเขียน ใจจดจ่อ เขียนพินทุ นะโมพุทธายะ ฯลฯ จนตัวหนังสือทะลุไปโผล่อีกฟากของกระดาน แสดงว่าใช้การได้แล้ว หากวาสนาแค่นี้ก็มักลงยันต์ปลุกเสกไปตามเรื่อง แต่ส่วนใหญ่เมื่อเรียนถึงสูญนิพพานแล้วท่านจะซึ้งในศูนยตา บรรลุธรรมกันไปเลย

จะเห็นได้ว่าคัมภีร์ตันตระของฝ่ายพุทธ เรื่องอิทธิปาฏิหาริย์เป็นแค่ผลพลอยได้ เป้าหมายคือการรู้ทันจิตเพื่อบรรลุนิพพาน ไม่ใช่เอาไว้เล่นกลหลอกใคร (พวกที่หลอกก็มีแต่มันของจริงเสียเมื่อไหร่)

หากไม่หวังบรรลุธรรมแต่หวังทางโลกเมื่อคุมกระบวนโยคะได้ ใจจะเข้มแข็ง ทางวิชามวยไทยโบราณเข้าเน้นจุดนี้กันมาก เตะต่อยเท่าไหร่ก็ไม่ล้มหรอกครับถ้าคุมจิตได้ แม้แต่พวกโขนละครเขาก็เรียนวิชาเมตตามหานิยมกัน เพื่อสะกดจิตให้คนชอบคนหลง

ฝ่ายพระ "โยคาวจร" (บาลี) ของเถรวาทจึงเหมือนกับสำนัก "โยคาจาร" (สันสกฤต) ของมหายาน คือเห็นว่า จิตเป็นใหญ่ จิตคือผู้สร้างและดับทุกสิ่งทุกอย่าง คุมจิตได้ก็คุมกำเนิดและจุดจบได้ ดังในคัมภีร์ปถมังนั่นเอง

เรื่องโยคะ (การปฏิบัติทางจิต) ใครสงสัยต้องปฏิบัติเองครับ ดังคำพระท่านว่า "ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ" แปลว่า พระธรรมอันผู้บรรลุจะพึงรู้เฉพาะตัว หากเถียงกันแบบเอาชนะคะคานจะป่วยการเปล่าๆ เว้นแต่จะคุยกันในทางวิชาการ

อนึ่ง การสืบทอดฝ่ายพระโยคาวรเถรวาท ฟร็องซัว บิโซต์ คาดว่ามาจากสำนักอภัยคีรีวิหารในลังกาทวีป ซึ่งนิยมฝ่ายมหายาน แต่ต่อมาถูกฝ่ายมหาวิหารกล่าวหาว่านอกรีตจึงถูกกำจัดสิ้น คาดว่าพวกอภัยคีรีวิหารคงหนีมาสุวรรณภูมิพร้อมคัมภีร์ลี้ลับ (คุฬหคันถะ) ในกาลต่อมา ฝ่ายโยคาวจรนี้สืบทอดในคณะสงฆ์ดั้งเดิม (มหานิกาย) ส่วนฝ่ายปฏิรูป (ธรรมยุติกนิกาย) แทบไม่แยแสเอาเลย ซ้ำยังประสานเสียงกับวิทยาศาสตร์แบบตะวันตกเสียอีก

บ้านเราลืมรากเหง้า ลืมวิชาที่บรรพชนถ่ายทอดไว้ ทั้งยังไพล่ไปเรียกตันตระแบบพุทธว่าไสยศาสตร์อีกซึ่งผิดมหันต์ เพราะไสยศาสตร์ (วิชาไสย์ ศาสนาไสย์) นั้นหมายถึงศาสนาพรามหณ์ ตำราโบราณก็กำหนดชัด แต่เพราะอคติและความไม่รู้ของคนสมัยนี้ ดันเอาไสย์มาผสมกับพุทธ ทั้งที่ตันตระแบบพุทธคือการพัฒนาตัวเองไปสู่เป้าหมายสูงสุดอยู่ที่นิพพาน ส่วนไสย์อยู่ที่การภาวนาอ้อนวอนเทพยดา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท