
'ความลับในวงการสิ่งพิมพ์'
ในวันที่มีข่าวน่าเศร้าใจในแวดวงหนังสือบ้านเรา ว่า นิตยสารเก่าแก่ที่เราเคยอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ หลายฉบับ
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
ในวันที่มีข่าวน่าเศร้าใจในแวดวงหนังสือบ้านเรา ว่า นิตยสารเก่าแก่ที่เราเคยอ่านมาตั้งแต่เด็กๆ หลายฉบับ ทยอยประกาศปิดตัว ธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ไทยกำลังอยู่ในช่วงขาลง ทุกค่าย-สำนักพยายามหาทางรอด ไม่ว่าจะลดขนาดหรือพึ่งนวัตกรรมใหม่ๆ ... ในมุมเล็กๆ มุมหนึ่งของกรุงเทพมหานคร พลันมีหน่วยงานรัฐเกาหลีมาช่วยโปรโมทหนังสือแปลจากภาษาเกาหลี ที่สำนักพิมพ์ไทยลงทุนไปซื้อลิขสิทธิ์มาแปลขายในไทย !!!
เรื่องเกิดขึ้นหลังจากที่ “เชกา” กับผู้บริหารโพสต์บุ๊กส์ ได้ไปนั่งคุยเรื่อง จิปาถะกับ “ผอ. คัง” แห่งศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี (KCC) และไอเดียตกผลึก จึงเกิด “นิทรรศการ K-Books” ขึ้น ...ในแวดวงคนเกี่ยวข้องกับเกาหลี “สมการ K” เป็นที่เข้าใจกันทั่วไป “K” มีค่า = Korea โดยที่ “K-(XXX) = (XXX) of Korea” ซึ่ง (XXX) หมายถึง อะไรๆ ก็ได้ ในชีวิตประจำวัน ... (ทำไมเราไม่มี สมการ T บ้างนะ)...
KCC เชิญ 3 สำนักพิมพ์หลักที่เทใจในการนำหนังสือเกาหลีมาแปลให้คนไทยได้อ่าน ได้แก่ โพสต์บุ๊กส์ นานมีบุ๊คส์ และ อมรินทร์ ได้ส่งหนังสือมาแสดงใน “นิทรรศการ K-Books” ด้วย... “โรงเรียนแมว” หนังสือน่าอ่านของเยาวชนก็เป็นหนึ่งในนั้น...งานนี้ เรียกว่า วิน-วิน ทั้งสองฝ่าย พิธีเปิดผ่านไปแล้ว KCC ลงทุนมากมาย จ้าง Organizer เกาหลี เชิญ “เรียวอุก” นักร้อง K-POP คนดังมาเรียกแฟนคลับให้ตามมาถล่มทลาย แต่พื้นที่จำกัดจึงรับเข้างานได้แค่ 200 คน (ฟรี) มีน้องๆ ที่ยืนตากฝนดูจอถ่ายทอดสด นอกอาคารอีกจำนวนมาก ส่วนแฟนคลับที่ไม่รู้ ร้องห่มร้องไห้ ต่อว่าต่อขานกันระงม...“เชกา” ขึ้นเวทีอ่านบทใน “โรงเรียนแมว” กับ “อุก” ด้วย (กรี๊ดดด !)
ทว่า...ที่เล่ามา ยังไม่ใช่สาระสำคัญเท่ากับคำถามที่เกิดขึ้นในใจว่า “ทำไม สำนักพิมพ์เกาหลีถึงได้ยืนยงคงกระพัน” ถึงแม้มีช่วงขาลงแต่ก็ฟื้นคืนชีพได้ เห็น “ศูนย์หนังสือเคียวโบ” ที่ใหญ่ที่สุดในโซลมีลูกค้าทุกเพศทุกวัยหนาแน่นตลอด ยอดขายหนังสือออนไลน์ส่งถึงบ้านก็เติบโตดี...
อ้างอิง หนังสือปกขาว Global Trends in Publishing 2014 แจงว่า ในขณะที่สิ่งพิมพ์ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสื่อดิจิทัลออนไลน์ เป็นทางเลือกของผู้อ่านที่ไม่ต้องจับต้องหนังสือจริง แต่ยังมีผู้อ่านอีกกลุ่มที่ยังคงเหนียวแน่นกับกระดาษและหมึกพิมพ์ซึ่งโดยมากอยู่ในประเทศที่ “ประชาชนมีความซาบซึ้งกับสินค้าทางวัฒนธรรม” ได้แก่ ยุโรปหรือประเทศที่สืบทอดวัฒนธรรมจากยุโรป และก็มี “เกาหลี กับ ญี่ปุ่น” กระโดดเกาะกลุ่มนี้เข้ามาด้วย... อาจเป็นคำตอบสั้นๆ ว่า ทำไมอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ของเกาหลีจึงยังอยู่รอดได้ ... ทว่า คงไม่ใช่ทั้งหมด เพราะรสนิยมเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และมีโอกาสเปลี่ยนเมื่อคนผ่านจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิด Critical Thinking... รสนิยมกระดาษกับน้ำหมึกจะลดลงในไม่ช้าเมื่อคน Gen Z โตขึ้น ในขณะที่คน Gen X,Y ค่อยๆ หายไป
ที่จริง เกาหลีมีโครงสร้างของรัฐที่ต่างชาติอย่างเราๆ น้อยคนจะรู้ คอยทำหน้าที่สนับสนุนส่งเสริมและรักษาสมดุลของสื่อดิจิทัลกับสิ่งพิมพ์อยู่ถึง 4 หน่วยงาน ได้แก่ KPIPA, LTI Korea, KPA และ KEPA เหตุเพราะ “อุตสาหกรรมสื่อสิ่งพิมพ์เกาหลีมีมูลค่ามหาศาล” ถ้ารัฐไม่ช่วยก็คงไม่รอดหรอกค่ะ ....หากคนในวงการหนังสือไทยบังเอิญมาอ่าน ก็ขออย่า “น้อยใจนักประเทศไทย…” เลยนะคะ...
(อ่านต่อฉบับหน้า)







