
จะไป SAGA 5
ออกจากบ้านคุณทากะโทริแล้ว ผมก็ขับรถตรงดิ่งเข้าที่พัก คืนนี้ผมจองไว้ที่ Yoyokaku เรียวกังขึ้นชื่อ
ออกจากบ้านคุณทากะโทริแล้ว ผมก็ขับรถตรงดิ่งเข้าที่พัก คืนนี้ผมจองไว้ที่ Yoyokaku เรียวกังขึ้นชื่อของเมือง Karatsu เอาไว้เป็นเรียวกังเก่าแก่อายุกว่า 130 ปี ตกทอดกันมาถึง 5 รุ่น ปัจจุบันดูแลโดยคุณ Den A. Okochi ซึ่งมีอายุกว่า 80 ปี แล้วแต่ยังแข็งแรง ที่สำคัญพูดภาษาอังกฤษได้คล่อง
ผมเคยมาทานอาหารกลางวันที่นี่เมื่อตอนทริปรถไฟ Seven Stars ติดใจทั้งอาหาร และสถานที่พอทราบว่าต้องมาทำงานที่ซากะ เลยถือโอกาสมาลองพักที่ Yoyokaku ให้สมความตั้งใจ
เรียวกังแห่งนี้เป็นแบบออริจินอล คือ ตัวบ้านเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมที่บริการ และบริหารโดยคนในครอบครัว ทั้งภริยาและลูกชายมาช่วยกันดูแล ที่บอกว่าออริจินอล คือ เรียวกังแท้ๆ นี่ต้องมีธรรมเนียมปฏิบัติ อาทิ ถอดรองเท้าไว้ที่ด้านหน้า ตามแบบฉบับการเข้าไปในบ้านคนญี่ปุ่น เวลาเดินอยู่ในอาคารก็จะเดินเท้าเปล่า หรือใส่รองเท้าแตะ มีผู้ดูแลพาไปส่งถึงห้องพัก พร้อมชงชาให้ดื่ม และอธิบายทุกรายละเอียด เสิร์ฟอาหารชุดไคเซกิ เป็นต้น ที่นี่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มของ Exquisite 12 Ryokans
เรียวกังขนาดเล็ก 12 แห่งที่ยังคงรักษาคุณภาพของเรียวกังแท้ไว้ได้เป็นอย่างดี และยังอยู่ในกลุ่ม Yado Authentic Japanese Resort กลุ่มเรียวกังชั้นยอด 32 แห่ง ที่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่นของแต่ละแห่งเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นอีกด้วย โดยทุกแห่งจะมีองค์ประกอบสำคัญที่เหมือนกันคือ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านไม่ใช่โรงแรม มีห้องอาบน้ำแร่ที่โดดเด่น เสิร์ฟอาหารดีมีคุณภาพโดยเน้นวัตถุดิบท้องถิ่นและการจัดแต่งที่งดงาม และเชื่อมโยงกับงานศิลปะท้องถิ่นอย่างแนบแน่น เช่น การใช้เครื่องปั้นชั้นดีเป็นภาชนะ หรือมีห้องแสดงงานหัตถกรรมให้ลูกค้าชมหรือซื้อกลับ เป็นต้น ดังนั้นการมาพักที่ Yoyokaku จึงถือเป็นประสบการณ์ที่พลาดไม่ได้สำหรับท่านที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศและบริการของเรียวกังขนานแท้
ก้าวแรกที่เข้าไปในโยโยคาคุ เหมือนเดินผ่านประตูย้อนเวลากลับไป อาจเป็นเพราะอาคารยังคงสภาพเดิมเหมือนกับ 130 ปีที่แล้ว จากล็อบบี้ต้องเดินผ่านทางเชื่อมไปยังอาคารที่พักซึ่งแวดล้อมด้วยสวนญี่ปุ่น ห้องพักของผมอยู่ชั้นบน และเป็นหนึ่งในยี่สิบห้องของที่นี่ วันที่ผมไปมีผู้เข้าพักไม่ถึงครึ่ง จึงยิ่งทำให้ได้บรรยากาศของความเป็นส่วนตัวมาก ผมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดยูกาตะ แล้วลงมาแช่น้ำร้อนผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง จากนั้นก็ไปเดินเล่นในสวน คุณ Okochi ก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมพาชมสวน และเล่าประวัติของเรียวกังให้ฟังพอสังเขป แถมพาผมไปถ่ายรูปตรงมุมสวยๆ จัดท่าทางให้เสร็จสรรพ แต่ก็ไม่ลืมที่จะดูเวลาว่าจะเสิร์ฟอาหารค่ำแล้ว พร้อมนัดหมายให้ผมลงมานั่งดื่มต่อหลังมื้ออาหารด้วย
เมนูของที่นี่ไม่มีที่ติ ไม่เยอะอย่าง แต่อร่อยทุกอย่าง ถาดแรกเป็นอาหารเรียกน้ำย่อย 3 อย่าง ตามด้วยซุปใสลูกชิ้นปลารสเบาๆ แต่กลมกล่อม และซาซิมิที่สดมาก โดยเฉพาะกุ้งคุรุมะ กึ่งดิบกึ่งสุกนี่หวานกรอบจริงๆ ไข่หอยเม่นหอมหวานไม่มีความคาวเลย จานถัดมาเป็นที่สุดของความอร่อยในมื้อนี้ ปลา Akahata นึ่งซีอิ๊วเนื้อแน่น แต่นุ่มซึมซับรสหวานของซีอิ๊วที่กำลังพอเหมาะพอดี อร่อยมากมากบอกเลย ตามด้วยของนึ่งมี อาทิ เป๋าฮื้อ และหนวดปลาหมึกยักษ์ที่แน่นหนึบเป็นของชูโรง และจานสุดท้ายเป็น ปลา Amadai พันเส้นโซบะ ที่เพิ่งเคยทานเป็นครั้งแรก ไม่รู้มาก่อนเลยว่าเนื้อปลากับโซบะมันจะเข้ากันได้ดีขนาดนี้
ปิดท้ายด้วยข้าว ซุป และผักดอง ผมซัดจนเกลี้ยง ก่อนจะล้างปากด้วยเมลอน ลูกพีช และขนมโยกัง เป็นมื้ออาหารที่อร่อยมากที่สุดอีกมื้อหนึ่งของผมเลย







