
อั้นไม่ไหวเร่งระบายน้ำเหนือ เตรียมรับฝนกระหน่ำต.ค.นี้
กรมชลประทานระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม ลดผลกระทบน้ำเหนือ แจ้งเตือน 8 จังหวัดภาคกลาง
กรมชลประทานระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม ลดผลกระทบน้ำเหนือ แจ้งเตือน 8 จังหวัดภาคกลาง
เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 29 ก.ย. เพื่อลดผลกระทบน้ำท่วมภาคเหนือ โดยด้านเหนือเขื่อนระดับน้ำมีความสูง 16.49 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ร.ท.ก.) ขณะที่ท้ายเขื่อนซึ่งระบายออกมา ระดับน้ำ 14.80 เมตร ร.ท.ก. ห่างกันเกือบ 2 เมตร
ทั้งนี้ กรมชลประทานได้แจ้งเตือน 8 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยาประกอบด้วย จ.นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และลพบุรี ให้เตรียมรับสถานการณ์นํ้าเอ่อล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งแต่ อ.อินทร์บุรี พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ริมคลองโผงเผง อ.ป่าโมกข์ จ.อ่างทอง อ.บางบาล และเสนา จ.พระนครศรีอยุธยา จะทำให้พื้นที่น้ำท่วมขยายวงเพิ่มขึ้นทั้ง 2 ฝั่ง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 50-70 เซนติเมตร
นายโบว์แดง ทาแก้ว ผู้อำนวยการโครงการชลประทาน จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จะให้ทุ่งแก้มลิง 4 แห่ง เนื้อที่ 5 แสนไร่ ใน จ.พระนครศรีอยุธยา รับมวลน้ำเหนือระลอก 2 ในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีฝนตกหนักในเขตภาคเหนือและภาคกลางตอนบนอีกครั้ง
น.ส.จุฬากรณ์ พานิชยวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า จากการสอบถามผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมอื่นๆ ใกล้เคียง อาทิ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ นิคมอุตสาหกรรมไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน เบื้องต้นวิตกกับคันกั้นน้ำบ้านกรดที่ชำรุด น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาอาจไหลเข้ามาได้ แต่เมื่อรัฐบาลได้เร่งซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ ก็ช่วยให้คลายกังวลไปได้
“แนวกั้นน้ำบ้านกรดเป็นเพียงชั้นที่ 1 แต่ทุกนิคมฯ ก็มีแนวกั้นน้ำของตัวเองอีก 1 ชั้น ระดับความสูง 4 เมตร และมีสภาพสมบูรณ์ ป้องกันน้ำลอดใต้ดินได้ด้วยเช่นกัน จึงมั่นใจได้”น.ส.จุฬากรณ์ กล่าว







