posttoday
ฟิลิปปินส์กับสหรัฐ

ฟิลิปปินส์กับสหรัฐ

29 กันยายน 2559

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

ไม่ทราบเคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์หรือไม่ แต่ส่วนตัวผมไม่เคยได้ยินผู้นำประเทศหนึ่งด่าทอผู้นำอีกประเทศหนึ่งด้วยถ้อยคำหยาบคายมาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีนี้ ซึ่งผู้ถูกด่าเป็นถึงประธานาธิบดีสหรัฐ

เรื่องนี้เกิดในช่วงต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ โรดริโก ดูเตอร์เต ประธานาธิบดีคนใหม่ของฟิลิปปินส์ กำลังจะเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่ลาว ผู้สื่อข่าวถามว่าจะตอบข้อซักถามของ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสงครามกวาดล้างยาเสพติดที่มีคนตายแล้วกว่า 2,000 คนอย่างไร เขาตอบด้วยอารมณ์ว่า ฟิลิปปินส์เป็นประเทศเอกราช ไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของใคร คนฟิลิปปินส์เท่านั้นที่มีสิทธิซักถามเขา ชาติอื่นไม่เกี่ยว พร้อมกับด่าโอบามาเป็นภาษาอังกฤษก่อน แล้วตามด้วยภาษาตากาล็อก ว่าเป็นลูกโสเภณี

เข้าใจว่าเขาโกรธโอบามามากเป็นพิเศษที่ประกาศไว้ล่วงหน้าว่าเมื่อถึงเวลาประชุมทวิภาคีร่วมกัน จะยกเรื่องสิทธิมนุษยชนขึ้นมาเป็นประเด็นหารือ

ดูเตอร์เต ถือว่าเรื่องปราบยาเสพติดเป็นเรื่องที่เขามีความชอบธรรมในการดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะเป็นคำมั่นที่เขาให้กับคนฟิลิปปินส์ระหว่างหาเสียง และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย เขาบอกระหว่างหาเสียงว่าจะกำจัดผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดนับแสนคน ศพจะลอยเป็นแพในอ่าวมะนิลา และปลาในอ่าวจะอ้วนพีเพราะได้กินเนื้อคน

เขาไม่ได้ด่าเฉพาะโอบามา แต่ด่ากราดทุกคนและทุกองค์กรที่ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น ทูตสหรัฐประจำฟิลิปปินส์ พระสันตะปาปา องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ สหภาพยุโรป และสหประชาชาติ คำว่าลูกโสเภณีในคำแปลภาษาไทยอาจเป็นถ้อยคำที่รุนแรงมาก แต่ในภาษาตากาล็อก ซึ่งแปลตรงตัวมาจากภาษาสเปนอีกทีหนึ่ง และในคำที่ดูเตอร์เตใช้ในภาษาอังกฤษ ฟังแล้วไม่ถึงกับรุนแรงมากนัก เพราะเป็นคำที่ใช้กันแพร่หลาย ไม่เพียงเป็นคำด่าหรือคำสบถเท่านั้น แต่บางครั้งเป็นคำอุทานที่ผู้พูดไม่มีเจตนาจะว่าใคร

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะรุนแรงมากหรือน้อยเพียงใด ก็เป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดว่าจะหลุดจากปากของคนในระดับผู้นำในที่สาธารณะ การที่ดูเตอร์เตทำแบบนี้ได้ นอกจากบุคลิกส่วนตัวจะเป็นคนโผงผาง วู่วาม และอารมณ์ร้อนแล้ว ยังต้องเป็นที่ยอมรับของคนฟิลิปปินส์ด้วย เพราะเขาไม่ใช่เพิ่งปากเสีย แต่ปากเสียมานานแล้ว และเรื่องนี้กลายเป็นประเด็นหนึ่งในการหาเสียง บุคลิกเดียวกันนี้ เมื่อควบคู่กับนโยบายที่โดนใจประชาชน เกิดเป็นภาพลักษณ์ของความเอาจริงและจริงใจ คล้ายกับพระเอกนักบู๊ในภาพยนตร์ที่คนฟิลิปปินส์ชื่นชอบ ทำให้คะแนนนิยมในโพลซึ่งต่ำกว่าคู่แข่งในตอนต้น พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว และชนะแบบท่วมท้นในที่สุด

ดูเตอร์เต ได้สมญาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งฟิลิปปินส์ ในความโผงผางเอาจริง แต่ดูจริงใจ ซึ่งในประเด็นนี้ชาวโลกอาจจะไม่ได้นึกถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ของเรา ที่มีภาพลักษณ์ของความเข้มแข็งและจริงใจไม่แพ้กัน และเป็นผู้นำที่ประชาชนให้ความไว้วางใจสูง อาจจะมากกว่าดูเตอร์เต หรือทรัมป์ด้วยซ้ำไป

ความเป็นคนเจ้าอารมณ์ของดูเตอร์เต ทำให้คนรอบข้าง คู่สนทนา และคู่กรณีต่างๆ คาดเดาไม่ใคร่ออกว่าเขาจะระเบิดอะไรออกมา ประกอบกับเป็นที่ทราบกันดีว่าส่วนตัวเขามีความรู้สึกค่อนไปทางเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ ทำให้สหรัฐมีปัญหาในการเดินหมากการเมืองที่ฟิลิปปินส์มีส่วนเกี่ยวข้อง

ยกตัวอย่างกรณีพิพาทระหว่างจีนกับฟิลิปปินส์เรื่องหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ รัฐบาลชุดก่อนได้ยื่นฟ้องต่อศาลโลก แต่การอ่านคำตัดสินให้ฟิลิปปินส์ชนะคดีเพิ่งมาเกิดในสมัยดูเตอร์เต ในขณะที่สหรัฐกับญี่ปุ่นตีปีกด้วยความยินดี และพยายามยกเรื่องทะเลจีนใต้ขึ้นมาเป็นประเด็นหารือในทุกการประชุม ดูเตอร์เตกลับประกาศว่าเขาจะไม่พูดเรื่องนี้ในเวทีระหว่างประเทศ แต่อาจเปิดโต๊ะเจรจากับจีนแบบทวิภาคี ซึ่งเป็นจุดยืนที่คล้ายกับของรัฐบาลจีน

หากเป็นสมัยก่อน ดูเตอร์เตคงไม่สามารถด่าโอบามาได้ฟรีๆ แต่อาจต้องขอโทษแล้วขอโทษอีก ถูกลดระดับความสัมพันธ์ หรือเลยเถิดไปถึงการตัดลดความช่วยเหลือ แต่ครั้งนี้เห็นได้ชัดว่ามาตรการตอบโต้ของสหรัฐจำกัดมาก เพียงพยายามรักษาหน้าโอบามาด้วยการยกเลิกการหารือแบบทวิภาคี แต่ความสัมพันธ์ด้านอื่นๆ ก็ยังเดินหน้าตามปกติ

สหรัฐไม่สามารถตอบโต้ดูเตอร์เตอย่างสาสม เพราะเกรงจะไปเข้าทางจีนที่จ้องจะแผ่อิทธิพลเข้ามาแทนที่อยู่แล้ว ประกอบกับอีกไม่นานก็จะมีคนใหม่มาแทนที่โอบามาอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องตัดสินใจให้เด็ดขาดทางใดทางหนึ่ง กลายเป็นว่าหากส่วนตัวโอบามาจะรู้สึกไม่พอใจ ก็คงต้องกล้ำกลืนความรู้สึกเอาไว้

ในขณะที่จีนมีท่าทีที่แข็งกร้าวในทะเลจีนใต้มากขึ้น บทบาทและอิทธิพลของสหรัฐกลับเสื่อมถอยลงเป็นลำดับ เริ่มตั้งแต่การต้องปิดฐานทัพทั้งในประเทศไทยและฟิลิปปินส์เมื่อกว่า 20 ปีก่อน ในระยะหลังความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐเย็นชาลง และไม่มีแนวโน้มจะกลับไปหวานชื่นเหมือนเดิมในอนาคตอันใกล้ แต่เหมือนผีซ้ำด้ำพลอย สหรัฐกลับต้องมาเจอการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในฟิลิปปินส์แบบคาดไม่ถึงมาก่อน

ที่บอกว่าคาดไม่ถึง เพราะรัฐบาลก่อนของฟิลิปปินส์และตัวประธานาธิบดี นอยนอย อาควิโน ประกาศจุดยืนอยู่ข้างสหรัฐอย่างเหนียวแน่น และเนื่องจากอาควิโนได้รับความนิยมจากประชาชนสูง โอกาสที่ประธานาธิบดีคนต่อมาจะเป็นคนที่เขาสนับสนุนจึงสูงตามไปด้วย

ในหมู่ประเทศอาเซียน มีเพียงเวียดนามที่สหรัฐสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่น แฟ้นกว่าเดิม แต่กระนั้นก็ไม่สามารถทดแทนส่วนที่ขาดหายไปจากฟิลิปปินส์กับไทย

อย่างไรก็ตาม การทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับสหรัฐ อาจทำให้ชีวิตทางการเมืองในตำแหน่งประธานาธิบดีของดูเตอร์เตไม่ราบรื่นเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ หลายคนอาจเคยได้ยินทฤษฎีที่มีมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งว่า เมื่อหยุดดูเตอร์เตไม่อยู่ ก็ทำทุกวิถีทางให้ เลนี โรเบรโด ได้รับเลือกตั้งเป็นรองประธานาธิบดี หลังจากนั้นเมื่อความนิยมในตัวดูเตอร์เตเริ่มเสื่อมลง ก็เดินเรื่องถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้โรเบรโดขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน ซึ่งเรื่องที่จะนำไปสู่การถอดถอน สำหรับสไตล์การบริหารงานแบบดูเตอร์เตไม่น่าจะหายาก และผ่านมาเพียงไม่กี่เดือนก็เป็นจริงตามคาด คือมีเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้น

หากทฤษฎีนี้มีจริง ความอยู่รอดของดูเตอร์เตจะขึ้นอยู่กับว่าเขาสามารถรักษาคะแนนนิยมของประชาชนไว้ได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ ซึ่งหากเขาทำสำเร็จ สหรัฐก็คงต้องร้องเพลงรอไปอีกกว่า 5 ปี ก่อนจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไป

สำหรับประเทศไทย การมีดูเตอร์เตอยู่ที่ฟิลิปปินส์เป็นประโยชน์กับเราอย่างแน่นอน อำนาจต่อรองของเราจะสูงขึ้น เพราะสหรัฐคงไม่อยากสูญเสียพันธมิตรสำคัญในอาเซียนให้กับจีนถึง 2 ประเทศในเวลาไล่เลี่ยกัน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์