
ออกซฟอร์ดแนะอสังหาฯไทย ต้องโกกรีน-ดิจิทัลถึงโตยั่งยืน
กูรูออกซฟอร์ด ชี้ผังเมือง ค้าปลีก อสังหาฯ ชูโมเดลธุรกิจสีเขียวสร้างความยั่งยืน ปรับตัวเร็วรับยุคดิจิทัล
กูรูออกซฟอร์ด ชี้ผังเมือง ค้าปลีก อสังหาฯ ชูโมเดลธุรกิจสีเขียวสร้างความยั่งยืน ปรับตัวเร็วรับยุคดิจิทัล
นายริชาร์ด คัดเบิร์ตสัน ผู้อำนวยการด้านการวิจัยการจัดการค้าปลีก สถาบันบริหารธุรกิจซาอิด มหาวิทยาลัยออกซ ฟอร์ด เปิดเผยว่า โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ธุรกิจต้องปรับตัวให้ทันและต้องสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ ในกลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ไทย ภาครัฐต้องมีกฎหมายเข้ามาควบคุมให้ภาคเอกชนดำเนินธุรกิจสีเขียว โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการปฏิบัติ
ขณะที่ภาคเอกชนการสร้างความยั่งยืนต้องไม่มองเรื่องของตัวเงิน สำหรับแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต คือการพัฒนาสมาร์ทบิวดิ้ง เพื่อลดการใช้พลังงาน ส่วนค้าปลีกต้องเริ่มจากการลดใช้ถุงพลาสติก หรือใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน ด้านผังเมืองพบว่าในเวียดนามมีการวางผังเมืองได้ดีกว่าไทย มองว่าไทยต้องเร่งปรับตัวให้ทันกับประเทศเพื่อนบ้าน
นายแรนดอล แชนนอน อาจารย์ประจำสาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การวิจัยความยั่งยืนธุรกิจค้าปลีกในกรุงเทพฯ มีร้านค้าปลีกสินค้าประเภทเดียวกัน 14,468 ร้าน ใน 299 ย่าน พบว่าธุรกิจการค้าย่านดั้งเดิมมีโอกาสที่ยั่งยืนมากกว่าในห้าง เพราะรวมตัวกันเป็นคลัสเตอร์ เมื่อต้องการซื้อสินค้าจะคำนึงถึงย่านการค้าที่มีชื่อเสียง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าไปบ้านหม้อ ทำให้อสังหาฯ สนใจลงทุนพื้นที่ย่านการค้าดั้งเดิม
น.ส.พรชนก ตันสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มธุรกิจออนไลน์ บริษัท ซีโอแอล กล่าวว่า พฤติกรรมคนไทยใช้ออนไลน์เยอะขึ้น การตัดสินใจซื้อสินค้าจะค้นหาข้อมูลก่อน แบรนด์ต้องมีช่องทางตอบสนองลูกค้าได้ทุกช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ได้ทันท่วงที
ทั้งนี้ ในกลุ่มค้าปลีกต้องสร้างนวัตกรรม เพื่อช่วยให้ลูกค้าสะดวกต่อการตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น นั่นคือ 1.มีช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงได้ครอบคลุมทั้งออนไลน์และ ออฟไลน์ 2.ทำให้ลูกค้ามีความสุขในการเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น 3.จ่ายเงินได้สะดวก เช่น จะทำบัตรเดอะวันการ์ดให้เป็นบัตรแทนเงินสดชำระเงิน







