
หนี้เอสเอ็มอีพุ่ง ห่วงภาคการผลิต
ยอดหนี้เอสเอ็มอีเดือน ก.ค.อยู่ที่ 4% เพิ่มขึ้นจากในไตรมาสแรกสะท้อนตามภาวะเศรษฐกิจ ระบุภาคการผลิตน่าห่วง
ยอดหนี้เอสเอ็มอีเดือน ก.ค.อยู่ที่ 4% เพิ่มขึ้นจากในไตรมาสแรกสะท้อนตามภาวะเศรษฐกิจ ระบุภาคการผลิตน่าห่วง
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รายงานตัวเลขสัดส่วนสินเชื่อค้างชำระเกิน 3 เดือน (เอ็นพีแอล) ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ณ เดือน ก.ค. 2559 อยู่ที่ 4% ของยอดสินเชื่อทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกของปีนี้ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 3.7% และมองว่าในช่วงไตรมาส 3-4 ของปีนี้ สถานการณ์ก็ยังเป็นเช่นนี้ตามภาวะเศรษฐกิจ
“ถามว่าสัดส่วนเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ระดับนี้น่าห่วงไหม ก็คงยังไม่ถึงขั้นนั้น เพราะมันเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ซึ่งกระทบต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในแต่ละภาคไม่เท่ากัน แต่ที่ดูแล้วน่าเป็นห่วงสุดคงจะเป็นเอสเอ็มอีที่อยู่ในภาคการผลิต เพราะอยู่ในซัพพลายเชนของผู้ส่งออก เมื่อการส่งออกไม่ดี เอสเอ็มอีกลุ่มนี้จึงได้รับผลกระทบไปด้วย” นางสาลินี กล่าว
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการภาคการค้าและบริการในเดือน ส.ค. 2559 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 93.6 จากเดือนก่อนอยู่ที่ 94.8 โดยดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้ายังทรงตัวอยู่ระดับเดิมที่ 101.8 เนื่องจากกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวที่เป็นตัวนำ มีรายได้ลดลงจากการเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซั่น โดยภาพรวมจีดีพีเอสเอ็มอีปีนี้ น่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งเติบโตสูงกว่าจีดีพีรวมของประเทศที่ขยายตัว 3.5% และเชื่อว่าสถานการณ์ด้านการเงินของเอสเอ็มอีปี 2560 จะดีขึ้นเพราะรัฐบาลชุดนี้มีมาตรการช่วยเหลือสภาพคล่องและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนไปพร้อมๆ กัน







