
ลุยฟ้อง800คดีจำนำข้าวใน6เดือน
ป.ป.ท.ขีดเส้นส่งฟ้องศาลคดีทุจริตข้าวกว่า 800 คดี ภายใน 6 เดือน เรียกสอบเพิ่ม ครม.ร่วมรับผิด
ป.ป.ท.ขีดเส้นส่งฟ้องศาลคดีทุจริตข้าวกว่า 800 คดี ภายใน 6 เดือน เรียกสอบเพิ่ม ครม.ร่วมรับผิด
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) จะไปตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องรับผิดชอบชดใช้ในส่วนที่เหลือ 80% ของความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในส่วนเจ้าหน้าที่ระดับนโยบายที่นอกเหนือจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องชดใช้ 20% หรือ 3.57 หมื่นล้านบาท
"ส่วนฝ่ายนโยบายวันนี้ได้ตัว น.ส. ยิ่งลักษณ์ มาแล้ว 1 คน อาจมีคนอื่นเพิ่มเข้ามา มีการเพ่งเล็งกันอยู่ แต่ยังไม่ได้ดำเนินการ" นายวิษณุ กล่าว
นอกจากนี้ จะเป็นของส่วนคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่อยู่ในข่าย แต่ใครจะต้องรับผิดเป็นอีกเรื่อง ไม่ได้เหมารวม กขช.ทั้งหมด หากคนไหนถูกคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบแล้ว และไม่ผิด อาจไม่มีเหตุให้ไปสอบเพิ่ม แต่ถ้าหลุดรอดไป เพราะ ป.ป.ช. ยังสอบไม่ถึง ศอตช.ก็ต้องไปสอบเพิ่ม
รองนายกฯ ย้ำว่า ไม่ได้บอกว่าคนให้นโยบายเป็นผู้ทุจริต แต่เป็นความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งผู้กำหนดนโยบายช่วยเหลือชาวนา แม้จะมีอำนาจกำหนดอย่างไรก็ได้ แต่ต้องให้มีกฎหมายรองรับ และการปฏิบัติสุจริต ไม่ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด
สำหรับระดับปฏิบัติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สอบสวนอยู่ 853 คดี ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อ.ต.ก.) องค์การคลังสินค้า (อคส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเอกชน ครอบคลุม 33 จังหวัด ซึ่งจะดำเนินคดีอาญาต่อไป
"โดย ป.ป.ท.ระบุว่าสามารถส่งฟ้องศาลได้ภายใน 6 เดือน และจะดำเนินเรียกรับผิดทางละเมิดต่อไป ซึ่งต้องประสานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง โดยการเรียกรับผิดทางละเมิดส่วนที่เหลือ 80% นี้ยังไม่มีการนับอายุความ เพราะจะเริ่มเมื่อรู้ตัวและรู้การกระทำผิด เมื่อผู้บังคับบัญชาของบุคคลนั้นๆ รับรู้" นายวิษณุ กล่าว
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ศอตช.จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เพื่อทยอยเรียกข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ และหาตัวผู้กระทำผิด
นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า จะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ โดยอาจตั้งวอร์รูมขึ้นทำงานเฉพาะ เนื่องจากมีรายละเอียดจำนวนมากและจะพยายามทำให้ทันตามกรอบอายุความ







