posttoday
ธกส.เดินเครื่องลดหนี้เกษตรกร

ธกส.เดินเครื่องลดหนี้เกษตรกร

28 กันยายน 2559

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดย ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอให้ ธ.ก.ส.ทำมาตรการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย 2 มาตรการหลัก คือ มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค. 2559 ที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานราชการแล้ว

คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดย ลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอให้ ธ.ก.ส.ทำมาตรการส่งเสริมคุณภาพชีวิตเกษตรกรรายย่อย 2 มาตรการหลัก คือ มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย ที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐระหว่างวันที่ 15 ก.ค.-15 ส.ค. 2559 ที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากหน่วยงานราชการแล้ว

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่เกษตรกรโดยตรง แยกเป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาท/ปี จะได้เงิน 3,000 บาท/คน มีเกษตรกรผู้มีสิทธิจำนวน 1.51 ล้านคน และผู้มีรายได้มากกว่า 3 หมื่นบาทแต่ไม่เกิน 1 แสนบาท/ปี จะได้เงิน 1,500 บาท/คน มีเกษตรกรผู้มีสิทธิจำนวน 1.34 ล้านคน รวมผู้มีสิทธิทั้งสิ้น 2.85 ล้านคน ใช้งบประมาณ 6,540 ล้านบาท

นอกจากนี้ มีมาตรการบรรเทาภาระหนี้สินของเกษตรกรรายย่อยให้กลับมาทำการผลิตต่อได้ และสนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทให้เข้ามาแทนเกษตรกรรุ่นเก่าที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคืนดอกเบี้ยให้กับเกษตรกรที่ชำระดี กลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรลูกค้ารายย่อยที่มีหนี้สินต้นเงินกู้รายละไม่เกิน 3 แสนบาท จำนวน 2.89 ล้านราย หนี้สินจำนวนประมาณ 3.34 แสนล้านบาท ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2559-31 มี.ค. 2561 จำนวน 3 โครงการ แยกเป็น

โครงการปลดเปลื้องหนี้สินให้เกษตรกรรายย่อยที่มีเหตุผิดปกติ เช่น เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง และมีหนี้ค้างชำระหรือเป็นหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใน 2 กรณี คือหากไม่มีหลักประกันจำนองและไม่มีทายาทรับช่วงการผลิต ธ.ก.ส.จะจำหน่ายหนี้เงินกู้ออกจากบัญชีเป็นหนี้สูญ มีเกษตรกรเป้าหมาย 5 หมื่นราย แต่กรณีที่มีหลักประกันจำนองและมีทายาทรับช่วงการผลิต ธ.ก.ส.จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ทายาท โดยนำเงินต้น 50% มาปรับโครงสร้างหนี้ 5 ปี พักชำระต้นเงิน 2 ปีแรก คิดดอกเบี้ยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เอ็มอาร์อาร์ เท่ากับ 7% หากผ่อนชำระได้ตามกำหนด ลดดอกเบี้ยค้างให้ 100% และเงินต้นที่เหลืออีก 50% จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในภายหลัง เกษตรกรเป้าหมายประมาณ 8.5 หมื่นราย

สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้สินให้เกษตรกรที่มีหนี้เป็นภาระหนัก จะดำเนินโครงการใน 2 กรณี ได้แก่ หากเป็นเกษตรกรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเป็นลูกค้า ธ.ก.ส.มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีและมีทายาทเข้าเป็นลูกค้าแทน จะนำเงินต้น 50% มาปรับโครงสร้างหนี้ระยะเวลา 5 ปี โดยพักชำระต้นเงิน 2 ปีแรก คิดดอกเบี้ยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เอ็มอาร์อาร์ หากผ่อนชำระได้ตามกำหนด ลดดอกเบี้ยค้างให้ 80% และเงินต้นที่เหลืออีก 50% จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในภายหลัง เกษตรกรเป้าหมาย 2 แสนราย

ขณะที่กรณีเกษตรกรที่มีหนี้เป็นภาระหนักจะนำเงินต้น 50% มาปรับโครงสร้างหนี้ระยะเวลา 5 ปี โดยพักชำระต้นเงิน 2 ปีแรก คิดดอกเบี้ยปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เอ็มอาร์อาร์ หากผ่อนชำระได้ตามกำหนด ลดดอกเบี้ยค้างให้ 50% และเงินต้นที่เหลืออีก 50% จะปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในภายหลัง เกษตรกรเป้าหมาย 3.4 แสนราย

ทั้งนี้ คาดว่าจะมีเกษตรกรและทายาทได้รับการช่วยเหลือด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และลดภาระหนี้ตามโครงการจำนวน 6.75 แสนราย จำนวนดอกเบี้ยที่ลดให้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท โดย ธ.ก.ส.รับภาระเอง

นอกจากนี้ ยังมีโครงการชำระดีมีคืนแก่เกษตรกรที่ไม่มีปัญหาการชำระหนี้ โดยจะคืนดอกเบี้ยในส่วนที่ลูกค้าส่งชำระระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2559-31 ต.ค. 2560 ในอัตรา 30% ของจำนวนดอกเบี้ยที่ชำระ เอามาลดภาระหนี้โดยตัดเงินต้นให้ลูกค้าในกรณีที่มีหนี้คงเหลือ และคืนให้ลูกค้าเป็นเงินสดในกรณีที่ไม่มีหนี้คงเหลือ และสนับสนุนสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนกรณีฉุกเฉินจำเป็น (A-Cash) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท เกษตรกรเป้าหมาย 2.22 ล้านราย หนี้สินจำนวน 2.72 แสนล้านบาท

“ที่ผ่านมาเกษตรกรได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ราคาผลผลิตทางการเกษตรผันผวน มีรายได้ไม่เพียงพอ รวมทั้ง มีเกษตรกรเสียชีวิต เจ็บป่วย ทุพพลภาพ หรือมีอายุมาก มีผลต่อความสามารถในการชำระหนี้  ธ.ก.ส.จึงได้ออกมาตรการช่วยโดยลดรายจ่ายและมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของ ธ.ก.ส. แต่ระยะยาวจะส่งผลดีเพราะมีทายาทมารับช่วงทำการเกษตรต่อ” ลักษณ์ กล่าว

ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า แนวทางที่ ครม.อนุมัตินี้จะช่วยเหลือเกษตรกรให้มีเงินส่วนหนึ่งมาประคับประคองตนเองได้ เพราะช่วงนี้ราคาสินค้าเกษตรยังตกต่ำจึงต้องเร่งช่วยเหลือ โดยเฉพาะในโครงการที่ช่วยเหลือรายละ 1,500-3,000 บาท ซึ่ง สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งกับที่ประชุม ครม.ว่า หลังจากนี้อาจมีอีกหลายมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อยอีก โดยจะออกมาในจังหวะที่เหมาะสมอีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท