posttoday
กนง.ประเมินเบร็กซิต เขย่าตลาดเงินโลก

กนง.ประเมินเบร็กซิต เขย่าตลาดเงินโลก

27 กันยายน 2559

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรายงานฉบับล่าสุด โดยประเมินผลกระทบของการลงประชามติของประชาชนในสหราชอาณาจักร (ยูเค) ขอออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือเบร็กซิต (Brexit) ส่งผล ให้ความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกเพิ่มขึ้น และเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ กนง. ระบุว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าเบร็กซิตจะทำให้เศรษฐกิจยูเคชะลอลงมากในระยะต่อไป โดยการใช้จ่ายในประเทศจะปรับลดลงจากความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนที่ลดลง ประกอบกับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศอาจปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากยูเคเป็นศูนย์กลางทางการเงินของอียู และยูเคพึ่งพาเงินทุนของอียูสูง ส่วนผลกระทบด้านการค้าอาจยังไม่เห็นชัดเจนนักในระยะสั้น เนื่องจากเงินปอนด์ที่อ่อนค่าอาจเป็นผลดีต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว ยูเคส่งออกไปอียูสัดส่วนถึง 39% ของการส่งออกรวม หรือคิดเป็น 8% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ผลในระยะปานกลางถึงระยะยาวจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการเจรจาความสัมพันธ์กับอียู นอกจากนี้ผลการเจรจาอาจมีนัยต่อการรวมกลุ่มเป็นปึกแผ่นของอียูในระยะต่อไป

สำหรับผลกระทบของเบร็กซิตต่อเศรษฐกิจไทยแบ่งได้เป็น

(1) ช่องทางการค้า ผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกของไทยมีค่อนข้างจำกัด เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปตลาดยูเคเพียง 1.8% ในปี 2558 แต่การส่งออกของไทยมีแนวโน้มได้รับผลกระทบโดยอ้อมจากด้าน Income Effect ที่จะชะลอลงในยุโรป ซึ่งไทยมีสัดส่วนการส่งออก 8.5% ในปี 2558 รวมทั้งการชะลอลงของเศรษฐกิจประเทศหลักอื่นๆ ที่มีความเชื่อมโยงทางการค้ากับอียูและยูเคสูง อาทิ สหรัฐ จีน และอาเซียน ที่นับรวมเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกของไทยทั้งหมด

สำหรับสินค้าส่งออกของไทยที่พึ่งพาตลาดอียูและยูเคสูง ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ ไก่แปรรูป สับปะรดกระป๋อง และปลากระป๋อง ที่มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจากทั้งเศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอตัวและอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน แต่สินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนน้อยของมูลค่าการส่งออกของไทย ในระยะข้างหน้าหากอัตราภาษีการนำเข้าระหว่างยูเคกับอียูถูกปรับขึ้นจาก 0% ทำให้ยูเคลดการนำเข้าจากอียูลง ประเทศอื่นๆ อาจจะได้รับโอกาสทางการค้าเพิ่มขึ้น เช่น ไทยได้รับโอกาสในการส่งออกอาหาร รถยนต์ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มไปยูเคเพิ่มขึ้น

(2) ช่องทางการท่องเที่ยว ที่ไทยอาจได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยูเคและอียู (ไม่รวมรัสเซีย) ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อภาคการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากมีสัดส่วนถึง 15.9% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตอาจลดลงตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นจากเงินปอนด์และเงินยูโรอ่อนค่า โดยคาดว่าผลกระทบจะเริ่มเห็นในปี 2560 เนื่องจากนักท่องเที่ยวยุโรปใช้เวลาวางแผนการเดินทางโดยเฉลี่ย 6 เดือน

(3) ช่องทางการลงทุน เบร็กซิตส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายในแต่ละประเภทแตกต่างกันไป โดยภายหลังจากเบร็กซิต ไทยได้รับเงินทุนไหลเข้าในตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนมากกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเป็นผลจากทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารในประเทศอุตสาหกรรมหลัก และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจเลื่อนการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ในระยะต่อไปการดำเนินนโยบายของประเทศอุตสาหกรรมหลักจะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจออกไปลงทุนของนักลงทุน (Push Factor) ซึ่งจะส่งผลต่อไปยังความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายต่อไป

สำหรับผลต่อเงินลงทุนโดยตรง (เอฟดีไอ) คาดว่าจะมีจำกัด เนื่องจากที่ผ่านมาไทยพึ่งพาเอฟดีไอจากยูเคและยุโรปในสัดส่วนที่น้อย อีกทั้งแรงดึงดูดเงินทุนไหลเข้าจะขึ้นอยู่กับความพร้อมด้านปัจจัยพื้นฐานในประเทศเป็นสำคัญ

แม้ว่าปัจจุบันความผันผวนในตลาดการเงินโลกปรับลดลงบ้าง หลังจากที่เร่งขึ้นในช่วงเบร็กซิต แต่มองไปข้างหน้าความไม่แน่นอนที่จะเกิดจากเบร็กซิตยังอยู่ในระดับสูง และยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจกลับมาสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินและเศรษฐกิจโลกได้ทั้งในประเด็นด้าน (1) เงื่อนเวลาที่ยูเคจะถอนตัวจากอียูจริง ซึ่งจะต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หลังจากที่ยูเคแจ้งเจตจำนงต่ออียู (2) ผลการเจรจารูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างยูเคและอียู และ (3) ผลกระทบสืบเนื่องจากเบร็กซิตต่อประเทศอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท