
1 ปีปฏิรูปอุตสาหกรรมซีฟู้ด
สํานักข่าวเอพีรายงานว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติอีกครั้ง จากความล้มเหลวการหยุดยั้งการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งทางการไทยได้ให้คำมั่นไว้เมื่อปีที่แล้วว่าจะชดเชยให้กับเหยื่อค้ามนุษย์ ขณะที่บรรดาบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมยืนยันว่าจะหันมาใช้กระบวนการผลิตในบริษัท เพื่อลดความเสี่ยงที่จะจ้างโรงงานเอาต์ซอร์ส ซึ่งมีการเอาเปรียบแรงงานในกระบวนการผลิต
สํานักข่าวเอพีรายงานว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากนานาชาติอีกครั้ง จากความล้มเหลวการหยุดยั้งการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมอาหารทะเล ซึ่งทางการไทยได้ให้คำมั่นไว้เมื่อปีที่แล้วว่าจะชดเชยให้กับเหยื่อค้ามนุษย์ ขณะที่บรรดาบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมยืนยันว่าจะหันมาใช้กระบวนการผลิตในบริษัท เพื่อลดความเสี่ยงที่จะจ้างโรงงานเอาต์ซอร์ส ซึ่งมีการเอาเปรียบแรงงานในกระบวนการผลิต
แผนปฏิรูปแก้ปัญหาค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมดังกล่าว ครอบคลุมถึงการให้รางวัลผู้ที่แจ้งเจ้าหน้าที่ต่อกรณีพบเห็นการค้ามนุษย์เป็นเงิน 2,800 บาท และมีการจ่ายเงินชดเชยอื่นๆ ให้การศึกษา การจ้างงานและความช่วยเหลืออื่นๆ
นอกจากนี้ ทางการไทยระบุว่า จะยอมให้เหยื่อและผู้เห็นเหตุการณ์ค้ามนุษย์ยังสามารถทำงานในไทยได้อีกสูงสุด 1 ปี ระหว่างที่มีการสืบสวนคดี ขณะที่บริษัทหลายแห่งในอุตสาหกรรมอาหารทะเลได้ให้คำมั่นไปเมื่อปลายปีที่แล้วว่าจะยุติการเอาต์ซอร์สจากโรงงานอื่น หลังประเด็นการค้ามนุษย์ถูกเปิดโปง
อย่างไรก็ดี เอพีระบุว่า มาตรการจัดการยังไม่ได้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง อีกทั้งยังมีการส่งตัวกลับแรงงานจำนวนหนึ่งในธุรกิจกุ้งแช่แข็ง
ตินเงี้ยววิน แรงงานชาวเมียนมา ซึ่งหลบหนีออกมาและเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีการเอาเปรียบแรงงานในโรงงานผลิตอาหารทะเล นำไปสู่การบุกเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และช่วยเหลือแรงงานกว่า 100 ราย อย่างไรก็ตาม วินถูกส่งตัวกลับไปยังเมียนมาพร้อมแรงงานอื่นๆ หลังถูกกักตัวอยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐเกือบ 1 ปี โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า แม้วินและภรรยาจะเป็นเหยื่อของการค้าทาส แต่ทั้งสองได้ละเมิดกฎหมายของไทยจากการลักลอบเข้าเมือง
หนึ่งในเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการต่างประเทศของไทย ระบุว่า เหยื่อทั้งสองรายไม่เคยขอค่าชดเชย และถูกส่งตัวกลับตามสัญญาความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ระหว่างไทยและเมียนมา
สวนทางกับคำให้การของวินที่ระบุว่า ได้พยายามขอค่าชดเชยและต้องการทำงานในกระบวนการผลิตอาหารทะเลในไทยอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ เอพีรายงานว่า แม้บริษัทส่งออกกุ้งของไทยบางแห่งเริ่มหันมาใช้การดำเนินการผลิตในบริษัท หรือให้แรงงานที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบจากโรงงานเอาต์ซอร์สเข้ามาทำงานที่ดีกว่าในหน่วยการผลิตของบริษัทเองแล้ว แต่ก็ยังมีบริษัทอีกจำนวนมากที่ยังใช้คนกลางหรือโรงงานเอาต์ซอร์สในต่างจังหวัด
เอพีเสริมว่า เจ้าของโรงงานจำนวนมากละเมิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของแรงงาน โดย 75% ของ 109 โรงงานที่ถูกตรวจสอบในปีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าว และในจำนวนนี้มี 24 แห่งถูกสั่งปิด
ในปีนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้เรียกร้องให้ไทยเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว และต่อมาได้ประกาศเลื่อนสถานะให้ไทยมีอันดับของสถานการณ์การค้ามนุษย์ดีขึ้น







