
ประกันคุมค่ารักษาขรก.
คลังลั่นเริ่มใช้ปีหน้าเปลี่ยนให้บริษัทประกันบริหารค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ยันไม่กระทบสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว
คลังลั่นเริ่มใช้ปีหน้าเปลี่ยนให้บริษัทประกันบริหารค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ ยันไม่กระทบสิทธิรักษาพยาบาลข้าราชการและครอบครัว
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เดือน ต.ค.นี้ จะได้ข้อสรุปแนวทางให้บริษัทประกันเข้ามาบริหารจัดการค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ (ขรก.) วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท โดยหลักการต้องไม่ทำให้สิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการและบุคคลในครอบครัวกว่า 6 ล้านราย จะไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ปี 2560
ทั้งนี้ การให้บริษัทประกันเข้ามาบริหารค่ารักษาพยาบาลข้าราชการแทนกรมบัญชีกลาง เพื่อให้การใช้งบประมาณในส่วนนี้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น เพราะบริษัทประกันสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลได้จริง โดยในปีงบประมาณ 2556-2559 ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการและบุคคลในครอบครัวมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากการขึ้นราคาค่ารักษาพยาบาล และการเข้าสู่สังคมสูงอายุ รวมถึงที่ผ่านมากรมได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์แต่ละรายการให้สอดคล้องกับปัจจุบัน โดยผลการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลเดือน ส.ค. 2559 เบิกจ่ายเงินแล้ว 6.46 หมื่นล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะเบิกจ่ายประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท
นายมนัส กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2559 กรมบัญชีกลางได้ปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การเบิกค่ายากลับบ้านนอกเหนือจากระบบกลุ่มวินิจฉัยโรคร่วม การผ่าตัดปลูกถ่ายอวัยวะจากผู้บริจาคอวัยวะที่เสียชีวิต การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีแพทย์แผนไทย การเบิกค่ารักษาทันตกรรม เป็นต้น
นอกจากนี้ กรมบัญชีกลางยังได้ตรวจสอบการเบิกค่ารักษาพยาบาล โดยพบการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลทุจริตยา จำนวน 11 ราย ขณะนี้ดำเนินคดีไปแล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างการตรวจสอบหลักฐาน 9 ราย
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยากให้สังคมเปิดใจกว้าง ร่วมกันพิจารณาถึงข้อดีข้อเสียมากกว่าจะวิพากษ์วิจารณ์ หลายประเทศก็ใช้ระบบนี้เข้ามาดูแลสวัสดิการข้าราชการ ทำให้เกิดความโปร่งใส ป้องกันการใช้สิทธิซ้ำซ้อน การเวียนใช้สิทธิ หรือการเบิกยาเกินควร
นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า ได้หารือกับ รมว.คลัง เสนอให้รัฐบาลจัดตั้งและบริหารกองทุนรับประกันภัยต่อแห่งชาติขึ้น วงเงิน 1-2 แสนล้านบาท







