
สั่งทำคันกั้นห่วงนาข้าวจมน้ำ
“บิ๊กฉัตร” กังวลน้ำท่วมนาข้าว จี้กรมชลประทานเกาะติดและเร่งทำคันกั้นน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อน
“บิ๊กฉัตร” กังวลน้ำท่วมนาข้าว จี้กรมชลประทานเกาะติดและเร่งทำคันกั้นน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อน
นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมเร่งติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเป็นห่วงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ท้ายน้ำจะได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำ ดังนั้นจึงได้สั่งการระบายพร่องน้ำไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่ท้ายน้ำ เขตชุมชน เขตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะพื้นที่ของเกษตรกรนอกคันกั้นน้ำ โดยจะต้องทำคันดินปกป้องพื้นที่เกษตรไม่ให้น้ำท่วมนา เพื่อให้เกษตรกรสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ หลังจากว่างเว้นการเพาะปลูกข้าวจากภัยแล้งมานาน
สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุด กรม ชลประทานได้เพิ่มการระบายปริมาณน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 1,800 ลบ.ม./วินาที เพราะมีน้ำเหนือไหลมาสมทบที่ จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้น 1,730 ลบ.ม./วินาที และจาก จ.อุทัยธานี ลุ่มน้ำสะแกกรัง มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 286 ลบ.ม./วินาที รวมกันมาสมทบที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,010 ลบ.ม./วินาที
“7 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เช่น จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี และสุพรรณบุรีได้เพิ่มการระบายอย่างต่อเนื่อง โดย ให้ประชาชนเตรียมพร้อมในการขนของไปไว้ที่สูง เพราะปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นโดยเฉลี่ย 25 ซม./วัน เช่น อ.บางบาล คลองโผงเผง 16 ตำบลของ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่นอกคันกั้นน้ำ ขณะนี้มีน้ำท่วมล้นตลิ่งแล้ว 40-50 ซม. ถ้ามีการระบายน้ำเพิ่มจะท่วมจากเดิมเฉลี่ยทุกจุด 25 ซม.”นายทองเปลว กล่าว
นายทองเปลว กล่าวว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไม่มีปัญหาน้ำล้นเขื่อน ได้เตรียมการเฝ้าระวังพร่องน้ำไว้ล่วงหน้า โดยขณะนี้มีน้ำใช้การได้ 647 ล้าน ลบ.ม. จากระดับน้ำใช้การได้ที่ระดับเก็บกัก 957 ล้าน ลบ.ม. เหลืออีก 310 ล้าน ลบ.ม. จะเต็มเขื่อน ซึ่งได้วางแผนระบายน้ำแล้ว เชื่อว่าจะไม่กระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา







