
กกต.นำร่างพรป.เสนอกรธ.29ก.ย.ยันต้องเพิ่มอำนาจเพื่อขจัดโกงเลือกตั้ง
กกต.เตรียมนำร่าง พรป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เสนอต่อ กรธ. 29 ก.ย.นี้ ชี้เหตุต้องเพิ่มอำนาจเพื่อขจัดโกงเลือกตั้ง โต้ ‘ชาญชัย’ ยันเมื่อยกระดับแล้วความรับผิดชอบทางกม.ย่อมเพิ่มขึ้น
กกต.เตรียมนำร่าง พรป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เสนอต่อ กรธ. 29 ก.ย.นี้ ชี้เหตุต้องเพิ่มอำนาจเพื่อขจัดโกงเลือกตั้ง โต้ ‘ชาญชัย’ ยันเมื่อยกระดับแล้วความรับผิดชอบทางกม.ย่อมเพิ่มขึ้น
วันที่ 24 กย. นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.กล่าวถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.)ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า กกต. จะนำเสนอกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ.วันที่ 29 ก.ย. นี้ จะนำเสนอหลักการใหม่โดยเฉพาะกรณีการยกระดับและอำนาจของพนักงานสืบสวนสอบสวนเป็นเจ้าพนักงานตาม ป.วิอาญา เพื่อให้มีอำนาจการออกหมายเรียก หมายค้น และหากพบเหตุการณ์ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งซึ่งหน้าจะสามารถจับกุมได้ โดยอำนาจเหล่านี้มีเฉพาะความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งเท่านั้น จึงไม่ใช่การเพิ่มอำนาจโดยไร้เหตุผล เพราะหากไม่มีอำนาจ เจอเหตุทุจริตจะเรียกเขามาให้ปากคำเขาก็ไม่มา ทำให้สำนวนล่าช้าถูกเตะถ่วง เมื่อผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปสู่อำนาจก่อน ก็สามารถมีอิทธิพลสั่งบังคับ หรือข่มขู่ ทำอันตรายต่อพยานได้ และเป็นต้นเหตุที่ทำให้ขจัดการทุจริตซื้อเสียงขาดประสิทธิภาพ ซึ่งมาตรการนี้ก็เกิดจากคำถามของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ที่ถาม กกต. ว่ามีมาตรการอะไรที่จะขจัดการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ส่วน กรธ. จะเห็นเหมือนกับที่เราเสนอหรือไม่เป็นหน้าที่และอำนาจของท่าน
นายศุภชัย กล่าวถึงเหตุผลที่เสนอให้คงกกต. จังหวัดไว้ ว่า กกต. จังหวัดยังมีประโยชน์ต่อการทำงานของกกต. ช่วยแบ่งเบาภาระช่วยดูแลงานในจังหวัดได้ แต่ในร่างกฎหมายใหม่เราจะไม่ให้กกต. จังหวัดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสำนวนคำร้องการทุจริตเลือกตั้งและไม่ให้มีอำนาจในการบังคับบัญชาพนักงานเพราะบางจังหวัดเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกกต.จังหวัดกับผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด นอกจากนี้จะเพิ่มมาตรการการคัดคนมาเป็นกกต. จังหวัดเพื่อให้ได้คนที่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีความเป็นกลางและไม่ใช่คนของพรรคการเมือง โดยมีการสืบสวนประวัติทางลับว่าบุคคลดังกล่าวมีพื้นฐาน มีความเกี่ยวพันกับนักการเมืองหรือไม่
ประธาน กกต. กล่าวถึงจุดเด่นของพ.ร.บ.ฉบับนี้ที่จะไปย้ำกับ กรธ. คือการให้มีกองทุนปราบปรามการทุจริตเลือกตั้ง รวมทั้งมีระบบกันคนไว้เป็นพยานจากเดิมคดีเลือกตั้งหาคนเป็นพยานได้น้อย จึงให้ผู้ที่มีความผิดทั้งซื้อสิทธิ์และขายเสียงซึ่งมีความผิดตามกฎหมายทั้งคู่ แต่จะให้ฝ่ายขายเสียงหรือชาวบ้านทั่วไปที่ยอมเป็นพยานให้ กกต. สามารถพ้นผิดโดยกันไว้เป็นพยานได้ เพราะถ้าเราเอาผิดทั้งคู่ก็จะไม่มีใครมาเป็นพยานเอาผิดคนกระทำผิดได้ เราจึงดูความหนักเบาของข้อหาถ้าผู้รับเงินแล้วมาแจ้งเบาะแส ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับการสืบสวนและไตร่สวนของพนักงาน กกต. เราก็เสนอว่าจะขอกันไว้เป็นพยาน แต่เราก็ยังต้องระมัดระวังในกรณีของการยอมเป็นพยานเพื่อกลั่นแกล้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง
ประธานกกต.กล่าวอีกว่า สำหรับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.ยอมรับว่าเป็นฉบับที่มีความซับซ้อนยกร่างฯ ยากที่สุดในพ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับ ซึ่งคณะยกร่างฯของ กกต. ได้ยกร่างเสร็จแล้วกำลังรอเข้าสู่การพิจารณาของกกต. ส่วนที่บอกว่ายากก็เนื่องจากเป็นรูปแบบการได้มาของ สว. ที่ไม่เคยมีมาก่อน คือต้องทำยังไงให้การนับคะแนนทำให้ได้เร็วที่สุด เพื่อไม่ทอดเวลาเปิดโอกาสให้ฮั้วกันระหว่างขั้นตอนการเลือกกันเอง และเลือกไข้กันจากอำเภอ ไปจังหวัดไประดับชาติ การจะทำให้ยังที่จะกำหนด 20 กลุ่มให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน เพราะในรัฐธรรมนูญเองก็ไม่ได้ให้รายละเอียด ดังนั้นด้านบริหารการเลือกตั้งต้องไปคิดอย่างละเอียดว่าการกานับบัตรของแต่ละกลุ่มจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ โดยจะต้องทำให้ง่าย สะดวกและรวดเร็ว เพราะยิ่งช้าก็จะยิ่งเกิดปัญหาการบล๊อคโหวดต้องดูความเป็นไปได้ และอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น แล้วจึงจะนำไปเสนอต่อ กรธ.
นายศุภชัย กล่าวถึงข้อวิพากษ์ของนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อเสนอในร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองของกกต. โดยระบุว่า กกต. ควรจะกำหนดเพิ่มโทษพนักงานที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเสียเองแทนการเพิ่มอำนาจ ว่า โดยหลักกฎหมายเมื่อยกระดับพนักงานสืบสวนสอบสวนของกกต.ให้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามป.วิอาญาแล้ว สิ่งที่ตามมาโดยปริยายก็คือเจ้าพนักงานตามป.วิอาญาคนใดที่ทำผิดตามอำนาจหน้าที่ก็จะต้องรับโทษมากกว่าบุคคลทั่วไปอย่างน้อยสองเท่าอยู่แล้วและการเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายยังทำให้เจ้าพนักงานเหล่านี้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอาญามาตรา 157 ว่าด้วยการทำผิดหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย







