posttoday
ทัวร์ศูนย์เหรียญ

ทัวร์ศูนย์เหรียญ

22 กันยายน 2559

โดย...อรุณ จิรชวาลา

โดย...อรุณ จิรชวาลา

คนไทยตั้งชื่อเก่ง คำว่าทัวร์ศูนย์เหรียญมีเพียง 3 พยางค์ แต่มีความหมายลึกซึ้งกว้างไกล ใครได้ยินก็นึกภาพออกทันที

ผมได้ยินคำนี้มาเป็นปีแล้ว แต่เพิ่งกลายเป็นข่าวใหญ่เมื่อมีการลุยปราบ และมีผู้บริหารบริษัทรถทัวร์ขนาดใหญ่ที่มีทรัพย์สินและเงินหมุนเวียนนับหมื่นล้านบาทถูกจับในข้อหาอั้งยี่ ฟอกเงิน และทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศ

ก่อนหน้านี้มีมติ ครม.ให้ดำเนินการขจัดทัวร์ศูนย์เหรียญและการใช้ตัวแทนอำพราง มีการสนธิกำลังครั้งใหญ่เพื่อปฏิบัติการกวาดล้างประกอบด้วยหลายหน่วยงาน เช่น ปปง. ตำรวจ ทหาร และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ล่าสุดเข้าใจว่ามีการลงนามในเอ็มโอยูระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งชาติจีนประจำประเทศไทย เป็นการยืนยันว่าจีนสนับสนุนการปราบปรามของทางการไทยอย่างเต็มที่

สำหรับสมาคม ชมรม และกลุ่มธุรกิจต่างๆ ในประเทศ มีทั้งที่สนับสนุนและคัดค้านการกระทำของรัฐบาล ซึ่งก็คงขึ้นอยู่กับว่าใครได้รับผลกระทบอย่างไร บวกหรือลบ

เรามาทำความเข้าใจเรื่องทัวร์ศูนย์เหรียญกัน โดยผมจะขอไล่เรียงเป็นรายประเด็น ดังนี้

หนึ่ง ทัวร์ศูนย์เหรียญคืออะไร ที่จริงไม่ได้หมายถึงการให้ไปเที่ยวฟรี แต่หมายถึงการขายทัวร์ให้ในราคาถูก เช่น ถูกกว่าค่าตั๋วเครื่องบินบวกค่าโรงแรม หรือที่บางคนบอกว่าถูกเหมือนได้เปล่า

ผมขอยืนยันว่าการขายของในราคาต่ำกว่าต้นทุนไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เป็นคนละเรื่องกับการค้ากำไรเกินควรซึ่งผู้บริโภคเสียประโยชน์ การขายถูกเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่ง เช่น เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด หรือเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากธุรกิจด้านอื่น ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะมีการกระทำที่เป็นการหลอกลวง รวมทั้งมีพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายอื่นๆ

ในกรณีนี้ ต้นทางของการกระทำความผิดอยู่ที่ประเทศจีน โดยบริษัททัวร์ที่นั่นแข่งกันขายทัวร์ราคาถูกให้กับนักท่องเที่ยว จุดหมายปลายทางไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ของเราทั้งในและนอกอาเซียน และไปไกลถึงหลายประเทศในยุโรป

การแข่งขันที่รุนแรงนำไปสู่การกดราคาผู้ให้บริการท้องถิ่นในประเทศปลายทาง เช่น ค่ารถทัวร์นำเที่ยว ค่าที่พัก ค่าอาหาร และอื่นๆ นำไปสู่การส่งคนไปทำธุรกิจเองในประเทศปลายทาง เช่น ไปตั้งบริษัททัวร์ ไปทำงานด้านบริการนักท่องเที่ยวและเป็นมัคคุเทศก์ ตลอดจนนำไปสู่การหลอกลวงนักท่องเที่ยว เช่น ให้ไปซื้อของปลอม ของด้อยคุณภาพ หรือของที่ราคาแพงเกินจริง

สอง ใครคือผู้กระทำผิด แน่นอนว่าที่ต้นทางในประเทศจีน ผู้ที่ทำผิดกฎหมายก็คือบริษัททัวร์จีนที่หลอกลวงนักท่องเที่ยวชาวจีนด้วยกันเอง ส่วนที่ประเทศปลายทาง เช่น ที่ประเทศไทย ผู้กระทำผิดมีทั้งคนจีนและคนไทย ความผิดของฝ่ายจีนมีทั้งจัดตั้งบริษัทอย่างผิดกฎหมาย ลักลอบประกอบอาชีพโดยไม่ได้รับอนุญาต หลบเลี่ยงไม่เสียภาษีอย่างถูกต้อง ไปจนถึงการปลอมตัวโดยการสวมบัตรประชาชน ส่วนความผิดของฝ่ายไทยก็มีหลากหลาย ทั้งสมรู้ร่วมคิดในการหลอกลวงนักท่องเที่ยว ขายของปลอม ของด้อยคุณภาพ ขายแพงเกินจริง ทิ้งลูกทัวร์ที่ไม่ยอมซื้อสินค้า และประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาต เป็นต้น

สาม ใครคือเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหาย ชัดเจนว่าผู้ที่ถูกหลอกลวงคือนักท่องเที่ยวชาวจีน กลุ่มนี้คือผู้ถูกกระทำและเป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่มักจะไม่มีการร้องเรียนกับตำรวจไทย อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็หลังจากเดินทางกลับแล้ว ส่วนบริษัททัวร์ต้นทางก็คงปฏิเสธความรับผิดชอบ อ้างว่าเป็นการกระทำของฝ่ายไทย

สำหรับคนไทยและบริษัทไทยที่อ้างว่าได้รับความเสียหายจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ผมไม่คิดว่าจะมีใครเป็นผู้เสียหายโดยตรง อย่างมากก็ในทางอ้อม เช่น พนักงานบริษัททัวร์หรือมัคคุเทศก์ที่รู้สึกว่าถูกคนจีนเข้ามาแย่งอาชีพ ทั้งนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า หากไม่มีทัวร์ศูนย์เหรียญ นักท่องเที่ยวจีนเหล่านี้ก็จะมาท่องเที่ยวอยู่ดี และจะใช้บริการของคนไทย ซึ่งจะจริงเท็จอย่างไรยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจน

สี่ ใครมีหน้าที่ในการปราบปราม ผมต้องสรุปว่าหน้าที่หลักในการปราบปรามเป็นของทางการจีน เพื่อปกป้องเจ้าทุกข์หรือผู้เสียหายซึ่งเป็นคนจีน หากจีนปราบปรามการหลอกลวงสำเร็จที่ต้นทางคือในประเทศจีนเอง ปัญหาก็จะไม่ลามมาถึงประเทศไทยและประเทศปลายทางอื่นๆ ตัวอย่างมีให้เห็นจากการที่นักท่องเที่ยวชาติอื่น เช่น ญี่ปุ่นหรือยุโรป ไม่ได้ประสบปัญหาในวงกว้างเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจีน กล่าวคือ ที่ถูกคนไทยหลอกก็มี แต่มักเป็นเรื่องเฉพาะราย

ผมไม่แปลกใจที่ทางการจีนเชียร์รัฐบาลไทยอย่างเต็มที่ให้ช่วยจัดการกับทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่อดรู้สึกไม่ได้ว่ารัฐบาลจีนน่าจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีกว่านี้ แทนที่จะมากดดันให้เราทำหน้าที่แทน

ห้า รัฐบาลไทยควรปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญหรือไม่ ส่วนตัวผมอยากให้เราแยกให้ออกระหว่างการขายของราคาถูก ซึ่งไม่มีความผิด กับพฤติกรรมอื่นที่ผิดกฎหมาย และปราบปรามเฉพาะในส่วนที่ทำผิดกฎหมาย เช่น ตั้งบริษัทเถื่อน จ้างงานผิดกฎหมาย หนีภาษี สวมบัตรประชาชน และขายของปลอม เป็นต้น ผมไม่อยากเห็นการปูพรมด้วยข้อหากว้างๆ ที่ต้องตีความ หรืออาจมีข้อโต้แย้ง เช่น ข้อหาอั้งยี่ หรือข้อหาทำลายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ การจัดลำดับความสำคัญของการปราบปรามก็ควรต่ำกว่าเรื่องที่คนไทยด้วยกันเองเป็นเจ้าทุกข์ หรือเรื่องที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เช่น การค้ายาเสพติด การหลอกลวงเด็กและผู้หญิงไปค้าประเวณี หรือการบังคับใช้แรงงานทาส เป็นต้น

ข้อสุดท้าย ประเทศไทยได้อะไรหรือเสียหายอย่างไรจากทัวร์ศูนย์เหรียญ ผมได้ยินหลายคนพูดว่าประเทศไทยไม่ได้อะไรเลยจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพราะผู้ประกอบการจีนตามมาให้บริการเองทุกอย่าง เมื่อมีรายได้ก็ไม่เสียภาษี และกำไรทั้งหมดถูกโอนกลับประเทศจีน

ผมอยากขอยืนยันว่า คำพูดข้างต้นแม้จะมีส่วนถูก กล่าวคือ มีคนจีนมาแย่งงานคนไทยไปบ้าง และรัฐไม่ได้รับภาษีที่พึงได้รับไปบ้าง แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อย การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย เช่น ค่าเครื่องบิน ค่าโรงแรม ค่าเดินทางในประเทศ และค่ากินอยู่ต่างๆ

การเดินหน้าลุยปราบทัวร์ศูนย์เหรียญตามลำพังโดยประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ ไม่ได้ทำในทำนองเดียวกัน อาจมีผลทำให้ราคาทัวร์สำหรับการมาท่องเที่ยวประเทศไทยแพงกว่าการไปเที่ยวประเทศอื่น ซึ่งในระยะยาวอาจทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนลดลง หรือขยายตัวช้ากว่าที่ควร ส่วนในระยะสั้น การยกเลิกการเดินทางเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่พ้นอยู่แล้ว

อย่าขจัดทัวร์ศูนย์เหรียญแบบยกเข่งเลยครับ ขจัดเฉพาะความฉ้อฉลหลอกลวง และอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย และโปรดอย่าล่ามโซ่รถทัวร์จำนวนหลายพันคัน จำนวนรถมากขนาดนี้สามารถให้บริการนักท่องเที่ยวได้ปีละเป็นล้านคนเลยนะครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท