
อยู่ที่บังคับใช้
ความพยายามปราบปรามแก๊งหลอกลวงด้วยแชร์ลูกโซ่ รวมทั้งธุรกิจขายตรง โดยการเพิ่มโทษและเพิ่มทุนจดทะเบียนผู้ประกอบการให้สูงขึ้นตามความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่ผ่านมาดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาแบบเกาไม่ถูกที่คัน เพราะปัญหาการต้มตุ๋นด้วยวิธีการดังกล่าว ที่ผ่านมาผู้โดนหลอกลวงแทบไม่เคยได้รับเงินคืนเลย เนื่องจากกระบวนการรวบรวมหลักฐานเอาผิดมีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง จนมีการคาดกันว่าปัจจุบันมูลค่าความเสียหายจากการโกงเพิ่มขึ้นเป็นปีละเกือบหมื่นล้านบาทแล้ว
ความพยายามปราบปรามแก๊งหลอกลวงด้วยแชร์ลูกโซ่ รวมทั้งธุรกิจขายตรง โดยการเพิ่มโทษและเพิ่มทุนจดทะเบียนผู้ประกอบการให้สูงขึ้นตามความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ที่ผ่านมาดูเหมือนจะเป็นการแก้ปัญหาแบบเกาไม่ถูกที่คัน เพราะปัญหาการต้มตุ๋นด้วยวิธีการดังกล่าว ที่ผ่านมาผู้โดนหลอกลวงแทบไม่เคยได้รับเงินคืนเลย เนื่องจากกระบวนการรวบรวมหลักฐานเอาผิดมีปัญหามาอย่างต่อเนื่อง จนมีการคาดกันว่าปัจจุบันมูลค่าความเสียหายจากการโกงเพิ่มขึ้นเป็นปีละเกือบหมื่นล้านบาทแล้ว
นับเป็นความคืบหน้าในการแก้ปัญหาฉ้อโกงธุรกิจขายตรงและธุรกิจตลาดแบบตรง เมื่อ ครม.เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอในการประชุมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ในส่วนของบทกำหนดโทษ ทั้งการประกอบมีบทกำหนดโทษเดียวกัน หากทำธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ส่วนของอัตราโทษค่าปรับรายวัน หากยังฝ่าฝืนอยู่กำหนดให้ธุรกิจขายตรงเสียค่าปรับไม่เกินวันละ 2 หมื่นบาท สูงกว่าธุรกิจตลาดแบบตรงกำหนดให้มีค่าปรับวันละ 1 หมื่นบาท และกำหนดให้การเลิกประกอบธุรกิจขายตรง หรือตลาดแบบตรง ไม่เป็นเหตุให้ผู้ประกอบธุรกิจพ้นจากความรับผิด
นอกจากนี้ ได้กำหนดคุณสมบัติให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงจะต้องเป็นบริษัทจำกัดที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท บริษัทมหาชนจำกัดและห้างหุ้นส่วนซึ่งมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ส่วนห้างหุ้นส่วนก็ต้องเป็นห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเท่านั้น จึงจะยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงได้ ต่างจากเดิมที่เปิดโอกาสให้บุคคลใดก็ได้ทำธุรกิจขายตรงได้ ทั้งนี้เพราะต้องการให้เป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต ป้องกันประชาชนถูกหลอกลวง เนื่องจากธุรกิจนี้ถูกกระทบในวงกว้าง สร้างความสียหายจำนวนมาก
การเพิ่มโทษและเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว อาจเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกที่เท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่แชร์ลูกโซ่คดีประวัติศาสตร์แชร์แม่ชม้อย ของนางชม้อย ทิพย์โส การแก้ปัญหาส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นของการสอบสวนสืบสวนเก็บข้อมูล จากนั้นก็โยนไปดีเอสไอเป็นคดีพิเศษรวบรวมข้อมูล เหยื่อผู้เสียหายได้แต่รอ และที่แย่ไปกว่านั้นผู้เสียหายบางคนที่รู้ช่องทางการหลอกลวง ได้นำวิธีการที่โดนโกงมาไปเปิดแชร์ลูกโซ่เพื่อโกงต่อ
ทั้งนี้ โดยเฉพาะในสภาพบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้นำแชร์ลูกโซ่ต้มตุ๋นได้ง่ายขึ้น อย่างเทคโนโลยีที่ทันสมัยหลอกลวงผ่านโซเชียลมีเดีย ผ่านออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ ขี่กระแสไปกับทุกเรื่อง เช่น สตาร์ทอัพ ฟินเทค บิตคอยน์ นำมาเป็นกลโกงด้วยแชร์ลูกโซ่ได้ทั้งหมด จากที่ผ่านมานำต้นไม้ สัตว์เลี้ยง มาเป็นแชร์ลูกโซ่ไปแล้วเกือบทุกอย่าง รวมทั้งจากผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำมานานปลายปี เพราะเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้คนต้องการนำเงินไปลงทุนหาผลตอบแทนที่มากขึ้น เสี่ยงมากขึ้น และเสี่ยงเป็นเหยื่อของแชร์ลูกโซ่ได้อย่าง่ายๆ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลแก้ปัญหานี้ให้ตรงจุดเร็วพอให้ความเป็นธรรม เพื่อจะได้ป้องปรามไม่ให้ผู้กระทำผิดย่ามใจ







