
‘IMF’ห่วงเอกชนไม่ลงทุน
ไอเอ็มเอฟพบ รมว.คลังยาหอมเศรษฐกิจไทยแกร่งที่สุดในโลก แต่ติงเอกชนไม่ยอมลงทุน “ศุภชัย” เตือนเศรษฐกิจโลกจ่อวิกฤต
ไอเอ็มเอฟพบ รมว.คลังยาหอมเศรษฐกิจไทยแกร่งที่สุดในโลก แต่ติงเอกชนไม่ยอมลงทุน “ศุภชัย” เตือนเศรษฐกิจโลกจ่อวิกฤต
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ล่าสุดได้หารือกับผู้บริหารกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งทางไอเอ็มเอฟบอกว่า ขณะนี้ภาวะเศรษฐของไทยดี ถือว่ามีความมั่นคงที่สุดในโลกสำหรับประเทศที่เป็นตลาดเกิดใหม่ โดยที่ผ่านมาประเทศตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกทำให้มีเงินทุนไหลออก แต่ประเทศไทยมีเงินทุนไหลเข้า แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยเป็นที่สนใจของนักลงทุนโลก
อย่างไรก็ตาม ไอเอ็มเอฟ ได้ติงเศรษฐกิจไทยเรื่องการลงภาคเอกชน ที่ยังไม่ยอมลงทุน เพราะยังเป็นห่วงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่ดี ทางคลังได้ชี้แจงว่า การลงทุนภาคเอกชนของไทยยังขยายตัวได้ช้า แต่ว่ามีมาตรการภาษีที่หากลงทุนปีนี้จะได้หักลดหย่อนภาษี 2 เท่า ซึ่งหากไม่มีมาตรการดังกล่าว การลงทุนภาคเอกชนจะน้อยกว่านี้อีก
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า คลังได้บอกไอเอ็มเอฟว่า วงรอบของเศรษฐกิจจะดีและไม่ดีรอบละ 10 ปี ตอนนี้เศรษฐกิจโลกไม่ดีมานาน 8 ปี แล้ว คาดว่าอีก 2 ปี ก็จะเริ่มกลับมาดีเต็มที่ แต่ไอเอ็มเอฟชี้แจงว่า วงรอบเศรษฐกิจดังกล่าวอาจจะมีความไม่แน่นอนมากนักในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน เพราะเมื่อสองไตรมาสที่ผ่านมา ไอเอ็มเอฟประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้น แต่ปัจจุบันไอเอ็มเอฟมองว่า เศรษฐกิจของสหรัฐไม่ดีอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้า
สำหรับการดูแลเศรษฐกิจไทยรัฐบาลได้เตรียมยาหรือมาตรการต่างๆ ไว้หลายอย่างเพื่อดูแลเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เดือนสุดท้ายของไตรมาส 3 ปีนี้ พบว่ามีอาการบางอย่างที่ทำให้เศรษฐกิจอ่อนตัวลง โดยการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้น้อย ดูจากยอดขายปูนซิเมนต์ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ลดลง คลังจึงกลับมาพิจารณาว่าจะออกมาตรการเข้าไปดูแลเศรษฐกิจจุดไหนได้บ้าง
“คลังบอกมาตลอดว่า ระหว่างทางของเศรษฐกิจ หากพบว่ามีสัญญาณไม่ดี ก็จะออกมาตรการเข้าไปดูแลทันที จะไม่ยอมปล่อยให้เศรษฐกิจตกลง เพราะหากปล่อยให้เศรษฐกิจตกลงไปจะทำให้ดึงขึ้นมายาก” นายอภิศักดิ์ กล่าว
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด) กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวแล้ว และขอเถียงสำหรับคนที่บอกว่าเศรษฐกิจไทยไม่ดี และขณะนี้ยังมีภาวะการขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตด้วย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเศรษฐกิจโลกนั้น ทำนายว่าจะเกิดวิกฤตขึ้นอีกครั้ง เพราะประเทศที่พัฒนาแล้วที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาในเชิงของโครงสร้าง แต่ยังเน้นที่จะอัดฉีดเงินเข้าไปในระบบการเงินอย่างเดียว ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้จริง แนวทางที่ถูกต้องนั้นจะต้องทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านของอุปทาน ทำให้เกิดการจ้างงาน
ทั้งนี้ สภาพที่เกิดขึ้นในขณะนี้คือกองทุนต่างๆ ได้นำเงินไปลงทุนตลาดหุ้น บริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้นโดยมีการแบ่งปันกำไรมากกว่าที่จะนำเงินไปลงทุนให้เกิดการจ้างงาน ให้คนมีงานทำ มีรายได้และเกิดการบริโภคที่แท้จริงตามมา ถ้าสถานการณ์เป็นเช่นนี้โลกจะไม่สามารถฟื้นตัวได้จริง
นอกจากนี้ การจะแก้ไขปัญหาได้จริง กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น กลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ (G20) จะต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา จากปัจจุบันที่ต่างคนต่างทำ ปัญหาในระดับโครงสร้างจึงไม่ได้รับการแก้ไขจริง ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศในเอเชียกลับมีส่วนสำคัญอย่างมากในการพยุงเศรษฐกิจโลก







