
จีนหนุนไทยแลนด์ 4.0
ทูตจีนย้ำยุทธศาสตร์ “วันเบลต์ วันโรด” เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน ร่วมมือไทยลงทุนรถไฟ เขตเศรษฐกิจตะวันออก อุตสาหกรรม 4.0
ทูตจีนย้ำยุทธศาสตร์ “วันเบลต์ วันโรด” เพิ่มโอกาสการค้า การลงทุน ร่วมมือไทยลงทุนรถไฟ เขตเศรษฐกิจตะวันออก อุตสาหกรรม 4.0
นายหนิงฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ONE BELT ONE ROAD โอกาสไทย-จีน” ว่า การผลักดันนโยบาย วันเบลต์ วันโรด ของประเทศจีน ได้มีการร่วมมือกับประเทศต่างๆ รวม 20 ประเทศ รวมถึงองค์การระหว่างประเทศกว่า 100 แห่ง ส่งผลให้เกิดการลงทุนเพิ่มขึ้นเท่าตัวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2558 มีการลงทุนในโครงการนี้กว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
สำหรับประเทศไทย ถือว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยมีความล้ำหน้ามากกว่าประเทศอื่นในอาเซียน ซึ่งไทยได้มีนโยบายปรับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใหม่ มีนโยบายประเทศไทย 4.0 ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ วันเบลต์ วันโรด ของจีน และจีนพร้อมจะสนับสนุนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ของประเทศไทย
ทั้งนี้ ประกอบด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม การจัดทำโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economics Corridor Develop ment) หรือ EEC การพัฒนาลงทุนท่าเรือ รถไฟความเร็วสูง รวมถึงลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของไทย ทั้งยานยนต์ หุ่นยนต์ และอากาศยาน
นายหนิงฟู่ขุย กล่าวว่า สำหรับโครงการรถไฟจีน-ไทย มีความคืบหน้าไปมากแล้ว หากดำเนินการสำเร็จจะเชื่อมต่อประเทศจีนและลาวได้ รวมทั้งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีนสู่อ่าวไทย ช่วยยกระดับคมนาคมของไทย รวมทั้งการสร้างระเบียงเศรษฐกิจอินโดจีน และเพิ่มความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็น
กลุ่มนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทย
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กล่าวว่า โครงการ วันเบลต์ วันโรด ของจีน สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปีของไทย ที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมของประเทศ ซึ่งส่วนหนึ่งจะเชื่อมต่อกับจีน ทั้งรถไฟ ถนน ทางน้ำ และอากาศ ซึ่งโครงการรถไฟไทย-จีน มีความคืบหน้าไปมาก ขณะนี้อยู่ระหว่างทำรายละเอียด ขั้นเทคนิค คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในสิ้นปีนี้ ในเส้นทาง กทม.-นครราชสีมา ก่อนขยายไปหนองคาย-ลาว-จีน
ขณะที่ไทยต้องเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับโอกาสจากโครงการ วันเบลต์ วันโรด ของจีน ทั้งระบบคมนาคมในกรุงเทพฯ รถไฟฟ้า 10 เส้นทาง และมีแผนขยายเครือข่ายเพิ่มอีก 10 เส้นทาง โดยในระยะ 8 ปี จะใช้เงินลงทุนราว 2 ล้านล้านบาท รถไฟทางคู่ 6 สาย และรถไฟความเร็วสูง 4 สาย







