
พลิกฟื้นเมืองกันตังใช้ศิลปะสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่
ตรัง-อ.สถาปัตย์เจ้าคุณทหารลาดกระบังร่วมกับชาวบ้านใช้ศิลปะสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่อ.กันตังหวังพลิกฟื้นเมืองท่าชื่อดังระดับโลก
ตรัง-อ.สถาปัตย์เจ้าคุณทหารลาดกระบังร่วมกับชาวบ้านใช้ศิลปะสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่อ.กันตังหวังพลิกฟื้นเมืองท่าชื่อดังระดับโลก
นายกิตติ แสงมณี อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า เนื่องจากตนเองเป็นผู้ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ที่อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มายาวนาน ประกอบกับได้มีโอกาสเดินทางกลับมาเยือนบ้านเกิด พร้อมกับคณะนักศึกษาจำนวนหนึ่ง แต่เห็นว่า เมืองกันตัง ที่เคยเป็นเมืองท่าชื่อดังระดับโลกกลับมีความเงียบเหงาลงไปอย่างมาก ส่วนหนึ่งมาจากสภาพเศรษฐกิจของภาคใต้ที่ตกต่ำ โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และประมง ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ของจังหวัดตรัง
ดังนั้น จึงได้หารือร่วมกับชาวบ้านและทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมหวังจุดประกายเมืองกันตังให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง จนมาสรุปที่โครงการรักกันตัง ด้วยการสร้างแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของเมืองกันตัง โดยผ่านงานศิลปะ และจากการสำรวจสถานที่เห็นว่า บริเวณตรอกเล็กๆ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตรอกศรีเวียง" ซึ่งเชื่อมถนนหลักหน้าท่าน้ำ กับซอยข้างโรงพักกันตัง ที่มีความยาวประมาณ 40 เมตร มีทั้งความเป็นประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสังคม ที่ผูกพันกับผู้คนที่นี่มาอย่างยาวนานนับ 100 ปีแล้ว
ด้าน นายรามริน เกื้อกูล ครูวิชาศิลปะ โรงเรียนกันตังรัษฎาศึกษา หนึ่งในพลังคนรุ่นใหม่ที่นำนักเรียนมาช่วยสรรค์สร้างโครงการรักกันตัง กล่าวว่า ต้นทุนของการทำกิจกรรมในช่วงระยะเวลาไม่กี่วันประมาณ 3-4 หมื่นบาทนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการขายเสื้อสกรีนของกลุ่มนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ร่วมกับแรงสนับสนุนจากชาวบ้านเอง ทั้งในรูปแบบเงิน อาหาร หรือสิ่งของ เพื่อนำไปจัดซื้อสี อุปกรณ์ และเสบียง มาสร้างสรรค์งานศิลปะจนประสบผลสำเร็จ กลายเป็นจุดถ่ายรูป หรือจุดเซลฟี่แห่งใหม่ ของเมืองกันตัง
สำหรับสีสันใหม่ของเมืองกันตังในครั้งนี้ เกิดจากฝีมือของคนรุ่นใหม่ที่อุทิศแรงกายแรงใจ เช่น นักศึกษา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ครู นักเรียน จากโรงเรียนกันตังรัษฎาศึกษา และโรงเรียนกันตังพิทยากร โดยมีคนในชุมชนเป็นแรงเสริม เพื่อร่วมกันสร้างเมืองที่มีคุณค่าทางมรดกวัฒนธรรมอันดับ 3 ของภาคใต้ ให้มีคุณค่าและน่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งหวังว่าหลังจากนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เมืองกันตัง กลับมาคึกคักอีกครั้ง และนำไปสู่การทำกิจกรรมอื่นๆ โดยที่ชาวบ้านเองมีส่วนร่วมต่อไป







