
11สิ่งท้าทายเศรษฐกิจไทย
สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวในการบรรยายพิเศษ “บทบาทเศรษฐกิจไทยต่อประชาคมอาเซียน” ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) จัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน และมีทำเลที่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน ดังนั้นต้องแปลงจุดเด่นของประเทศสู่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อผลักดันการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ประเทศไทย
สุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ กล่าวในการบรรยายพิเศษ “บทบาทเศรษฐกิจไทยต่อประชาคมอาเซียน” ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูง ด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) จัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า ประเทศไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญในภูมิภาคอาเซียน และมีทำเลที่ตั้งเป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน ดังนั้นต้องแปลงจุดเด่นของประเทศสู่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อผลักดันการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ประเทศไทย
ขณะเดียวกันภูมิภาคอาเซียนมีจุดเด่นสำคัญจากความหลากหลายของเศรษฐกิจ และมีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคน รวมถึงเศรษฐกิจขยายตัว 6-7% อีกทั้งกำลังการร่วมมือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP ทำให้กลายเป็นเขตการค้าที่มีขนาดใหญ่สุดในโลก และมีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภูมิภาคอาเซียนจะขยายตัวดี แต่มีปัจจัยท้าทายต่อเศรษฐกิจประเทศไทย 11 ด้านที่ประเทศต้องเร่งปรับตัวและรับมือให้ได้ ประกอบไปด้วย 1.การเข้าสู่โกลบอล เมกะเทรนด์ ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สังคมเมือง สังคมนวัตกรรม ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายที่ต้องปรับตัว 2.การมีต้นทุนผลิตสินค้าสูงขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการผลิตแรงงานที่ไม่ตรงกับความต้องการของตลาด
3.ปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนสูงขึ้น โดยปี 2557 หนี้ภาคครัวเรือนของประเทศไทย มีสัดส่วน 79.9% ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 2558 หนี้ภาคครัวเรือน อยู่ที่ 81.6% ต่อจีดีพี และปี 2559 ลดลงมาอยู่ในสัดส่วน 81.1% ถือว่าหนี้ภาคครัวเรือนของไทยสูงในอันดับต้นๆ เป็นผลจากสินค้าเกษตรที่มีราคาตกต่ำ การทำงานนอกภาคเกษตรทรงตัว และมาจากสังคมบริโภคนิยม ใช้ระบบเครดิตการ์ดเพิ่มขึ้น
“จากผลดังกล่าว ทำให้รัฐบาลไทยอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไม่ได้ตามที่ต้องการ ปกติเมื่อรัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ จะทำให้เงินหมุนเวียนในระบบ 5 รอบ แต่
ขณะนี้หมุนไม่ถึง 5 รอบ เพราะเมื่อเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะเกษตรกรได้เงินก็จะนำเงินไปชำระหนี้ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ส่งผลให้เม็ดเงินกลับไปสู่ระบบของรัฐเหมือนเดิม”
ปัจจัยที่ 4 การลงทุนภาคเอกชนลดลง ทำให้ภาครัฐเป็นผู้นำการลงทุนเป็นหลัก 5.การค้าระหว่างประเทศชะลอตัว เป็นผลทำให้บริษัทเดินเรือ ฮันจิน ของเกาหลีใต้ ต้องล้มละลาย ที่ผ่านมา เมื่อเศรษฐกิจโลก ขยายตัว 1% จะทำให้การค้าโลก ขยายตัว 2% แต่ปัจจุบันการค้าโลก ขยายตัวไม่ถึง 1.5%
6.ระบบการศึกษาของไทยต้องปฏิรูปใหม่ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศรายได้ปานกลาง จะต้องผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน รวมถึงมีการอบรมคนในประเทศให้รองรับการเข้าสู่เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยไทย 300 แห่ง ต้องปรับตัวหาทางพัฒนานักศึกษาให้ตรงกับตลาด หากไม่เร่งปรับตัว ภายใน 5-10 ปี มหาวิทยาลัยในประเทศไทยอาจจะล้มสลายได้
7.การขาดนวัตกรรม ต้องเพิ่มงบลงทุนและวิจัย 8.ต้องปฏิรูประบบราชการไทย 9.ต้องปรับแก้กฎหมายไทย โดยเฉพาะกฎหมายด้านเศรษฐกิจให้ตรงกับความต้องการเอกชน 10.ข้อจำกัดของต่างประเทศ ทั้งเรื่องไอยูยู และไอเคโอ ที่มีผลกระทบต่อไทย และ 11.ความพร้อมของประเทศไทยต่อการเปิดอาเซียนและความเข้าใจของประชาชน
สุรเกียรติ์ กล่าวว่า ยังมีความท้าทายจากการที่ไทยจะปรับจากอุตสาหกรรมการผลิตสู่ภาคบริการยุคใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้นและเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 มีผลทำให้แรงงานในประเทศได้รับผลกระทบ ดังนั้น ภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย ต้องมีหลักสูตรระยะสั้นเพื่ออบรมคนในประเทศให้พร้อมเข้าสู่ภาคบริการยุคใหม่ หากไทยไม่เร่งปรับตัวมีโอกาสจะตกขบวนจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้
ธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิบดีอาวุโสวิชาการและงานวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และผู้อำนวยการหลักสูตร TEPCoT กล่าวว่า อยากกระตุ้นให้เอกชนไทยเร่งลงทุนในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะประเทศลาว เมียนมา กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเป็นผู้นำการลงทุนในภูมิภาค และขยายเครือข่ายการผลิตไปในประเทศต่างๆ ที่มีความหลากหลาย รองรับเศรษฐกิจอาเซียนที่กำลังเติบโต
ผลจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ประเทศไทยได้รับประโยชน์อย่างมาก ทั้งการค้าและการลงทุน จึงอยากให้รัฐบาลไทย เร่งปรับกฎระเบียบทางการค้าและการลงทุนใหม่ เพื่อกระตุ้นให้นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น และดึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศเข้ามาเปิดสำนักงานในไทยเพื่อร่วมพัฒนาบุคลากรไทย
“ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมาก แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ไทยต้องปรับบทบาทใหม่ ผลักดันให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในภูมิภาคนี้ เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน” นายธนวรรธน์ ระบุ







