
"บุญทรง"ขู่ฟ้องอาญา-แพ่ง
อดีต รมว.พาณิชย์ เตรียมยื่นศาลขอทุเลาคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายคดีขายข้าวจีทูจี พร้อมฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้อง
อดีต รมว.พาณิชย์ เตรียมยื่นศาลขอทุเลาคำสั่งให้จ่ายค่าเสียหายคดีขายข้าวจีทูจี พร้อมฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้อง
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า จะฟ้องกลับทั้งทางอาญาและแพ่ง นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ และ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ที่ได้ลงนามในหนังสือคำสั่งทางปกครอง เรียกร้องค่าเสียหายจากการขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) รวม 2 หมื่นล้านบาท ตามสิทธิที่จะดำเนินการได้
ทั้งนี้ เพราะการนำมาตรา 44 มาใช้ทั้งที่มีกฎหมายที่จะดำเนินการได้ตามขั้นตอนอยู่แล้ว ถือเป็นการเร่งรัดให้ผู้เกี่ยวข้องดำเนินการตามที่รัฐบาลตั้งธงไว้ รวมทั้งการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีลงนามแทนทั้งที่ตาม พ.ร.บ.เรียกให้ชดใช้ความผิดทางละเมิดในระดับรัฐมนตรี กำหนดให้นายกฯ เป็นผู้ลงนามเท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่นายกฯ ต้องชี้แจงในชั้นศาลด้วย
อย่างไรก็ตาม กำลังรอหนังสือแจ้งมาอย่างเป็นทางการก่อน จากนั้นจะยื่นขอทุเลาคำสั่งและไต่สวนฉุกเฉิน ซึ่งเชื่อว่าศาลจะรับคำร้อง เพราะถือเป็นสิทธิในการพิสูจน์ว่าคำสั่งออกมาโดยชอบ และมีกระบวนการครบถ้วนตามกฎหมายหรือไม่
ด้าน นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง กล่าวว่า ไม่มีความกังวลในการลงนามกำหนดค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่ในขณะนี้คณะกรรมการความรับผิดทางแพ่งยังไม่ได้ส่งรายงานผลการพิจารณาและไม่ได้มีการรายงานความคืบหน้ามา
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวว่า หลัง รมว.พาณิชย์ ได้ลงนามในคำสั่งทางปกครองเรียบร้อยแล้ว จากนี้ต้องแจ้งให้ผู้ชดใช้ค่าเสียหายทราบภายใน 30 วัน หากยังไม่ดำเนินการชดใช้ จะแจ้งเตือนภายใน 15 วัน ซึ่งจะมีผลโดยกรมบังคับคดีสามารถดำเนินการได้ทันที ยกเว้นนายบุญทรงจะร้องศาลปกครอง และศาลปกครองออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กระบวนการจะต้องหยุดเพื่อรอคำพิพากษาของศาล
วันเดียวกัน นายพูลเดช กรรณิการ์ ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ยื่นหนังสือถึงนายวิษณุ เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนเรื่องที่นางอภิรดีได้ลงนามในหนังสือคำสั่งบังคับทางปกครอง เรียกค่าเสียหายจากการขายข้าวในรูปแบบจีทูจี ว่า ผลคำสั่งดังกล่าวอาจเป็นโมฆะ เนื่องจากคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยทำหนังสือตอบกลับมายังกระทรวงพาณิชย์แล้วว่าผู้ที่มีอำนาจลงนามคือนายกฯ กับ รมว.พาณิชย์
นอกจากนี้ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่า คนใดคนหนึ่งจะลงนามก็ได้ หรือลงนามทั้งสองก็ได้ ดังนั้นการลงนามแทนนายกฯ จึงอาจจะไม่สามารถกระทำได้ และอาจไม่ถูกต้อง และนักการเมืองและข้าราชการทั้ง 6 ราย อาจหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาต่อสู้คดีในภายหลัง จนทำให้รัฐไม่สามารถเรียกคืนความเสียหายได้







