posttoday
คนไทยควรได้รับการคุ้มครอง เหมือนคนอเมริกัน

คนไทยควรได้รับการคุ้มครอง เหมือนคนอเมริกัน

20 กันยายน 2559

โดย...สมชาย สกุลสุรัตน์

โดย...สมชาย สกุลสุรัตน์

ก่อนหน้านี้หลายเดือน เพื่อนเก่าของผมคนหนึ่งที่ไปปักหลักทำมาหากินในสหรัฐอเมริกานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันเป็นนักธุรกิจข้ามชาติสั่งสินค้าจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเข้าไปขายในสหรัฐได้เตือนว่า ให้คอยจับตาดูผลกระทบจากกฎหมายที่สหรัฐกำลังจะออกมาใหม่ปลายปีนี้เพื่อควบคุมการนำเข้าสินค้าประเภทอาหารจากประเทศอื่น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคในอเมริกา

กฎหมายฉบับนี้จะควบคุมคุณภาพของอาหารไม่ให้มีสิ่งปนเปื้อนแปลกปลอม การใช้สีผสมอาหารและเชื้อโรคต่างๆ โดยจะต้องแจ้งข้อมูลให้ชัดเจนบนฉลากว่า มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไร มีอะไรเป็นส่วนผสมและแหล่งกำเนิดของสินค้าที่ส่งเข้าไปจำหน่าย ถ้าเขาตรวจพบความผิดปกติ ก็อาจยึดทำลายหรือส่งคืนกลับประเทศทำให้ผู้ส่งออกได้รับความเสียหาย

นอกจากนั้น ทุกวันนี้สินค้าไทยที่ส่งไปจำหน่ายในสหรัฐยังถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวดจากศุลกากรสหรัฐ ซึ่งมีอำนาจยับยั้งการนำเข้าสินค้าจากไทยถ้ามีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานเด็กและแรงงานทาส เพราะไทยยังถูกจัดให้อยู่ในบัญชีที่ถูกจับตามอง

เมื่อไม่นานมานี้ มีรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า สหรัฐได้ตีกลับสินค้าจากไทยเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาเดือนเดียว 37 รายการ โดยอ้างว่า ได้ตรวจพบว่าสินค้าจากไทยไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นไปตามข้อตกลง รวมทั้งห้ามนำเข้าสินค้าส่งออกจากผู้ประกอบการไทย 27 ราย โดยเดือนก่อนหน้านั้นได้ห้ามนำเข้าแล้ว 14 ราย

รายการสินค้าที่เขาตรวจพบว่าไม่ได้มาตรฐานและไม่เป็นไปตามข้อตกลงเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค 13 รายการ เช่น มะขาม ปลาทูน่า กะทิ มะพร้าว ครีมบำรุงผิวหน้า ยา เข็มฉีดยา ข้าวโพด ใบชา และ อาหารสัตว์ เพราะมีฝุ่นละอองปนเปื้อน มีสิ่งเจือปน เน่าเสีย ผลิตแปรรูป หรือบรรจุหีบห่อภายใต้สภาวะที่ไม่ถูกสุขอนามัยไม่ติดฉลากโภชนาการที่ถูกต้องอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

พอเกิดปัญหานี้ขึ้น กระทรวงพาณิชย์ทำหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์คือ การดูแลการทำมาค้าขายโดยเฉพาะการส่งออกโดยเตือนผู้ประกอบการไทย “ให้เพิ่มความระมัดระวังในการผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามข้อบังคับการนำเข้าสินค้าของสหรัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะสามารถส่งออกไปสหรัฐได้อย่างราบรื่น โดยไม่ถูกปฏิเสธการนำเข้าสินค้า” (นสพ.โพสต์ทูเดย์ 12 ก.ย. 2559)

ก็ถูกต้องแล้วครับที่กระทรวงค้าขายจะป็นห่วงผู้ประกอบการส่งออกและเตือนให้ผู้ส่งออกผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานและปฏิบัติตามระเบียบการนำเข้าของสหรัฐ เพื่อให้สามารถส่งออกไปสหรัฐอย่างราบรื่น ไม่ถูกปฏิเสธการนำเข้า โดยเฉพาะในยามที่ตัวเลขการส่งออกของไทยยังมีอาการน่าเป็นห่วงติดลบต่อเนื่องกันมาหลายเดือนแล้ว ก็หาลูกค้าใหม่ไม่ได้อย่างน้อยรักษาลูกค้าเก่า โดยเฉพาะลูกค้าใหญ่ฐานะการเงินมั่นคงไว้ให้ได้ก็ยังดี

แต่ที่ผมเห็นว่าไม่เข้าท่าเลยคือการที่มีการกล่าวหาว่าสหรัฐกลั่นแกล้งกีดกันการนำเข้าสินค้าจากไทยเพราะปัญหาการเมือง กฎหมายของเขาทั้งเก่าและใหม่ไม่ได้บังคับใช้กับไทยประเทศเดียวแต่บังคับใช้กับคู่ค้าทุกประเทศเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพความปลอดภัยของผู้บริโภคในประเทศของเขา เราจะอ้างว่าเรายังไม่พร้อมที่จะปฏิบัติตาม การออกกฎหมายและควบคุมการนำเข้าอย่างเข้มงวดของเขาคงรับฟังไม่ขึ้น

ทางที่ดีผมว่า นอกเหนือจากความเป็นห่วงเป็นใยเรื่องการส่งออก กระทรวง ทบวง กรม หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องควรประสานงานกันตรวจสอบข้อมูลของสินค้าที่ถูกสหรัฐห้ามนำเข้าเพราะสาเหตุต่างๆ โดยเฉพาะเหตุผลด้านเป็นภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค เพื่อดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ไม่ใช่เพื่อให้การส่งออกราบรื่น แต่เพื่อดูแลสวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชนคนไทย เราคงไม่อยากให้คนไทยบริโภคอาหารหรือใช้ยาและเครื่องสำอางค์ที่สหรัฐห้ามนำเข้าเพราะห่วงใยประชาชนคนอเมริกันใช่ไหมครับ

ลองดูบัญชีรายชื่ออาหารที่เขาห้ามนำเข้าแล้วน่าเป็นห่วงเพราะเป็นอาหารที่คนไทยนิยมบริโภคอย่างกว้างขวาง เช่น ผลิตภัณฑ์มะขาม ปลาทูน่า กระทิ มะพร้าว ข้าวโพด และใบชา เป็นต้น ถึงเวลาหรือยังที่หน่วยราชการควรลงมาตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการผลิตอย่างเคร่งครัดไม่ควรมีสองมาตรฐานคือ อาหารคุณภาพส่งออกและอาหารคุณภาพบริโภคภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป ส่วนถ้าจะผลิตให้เกินมาตรฐานขั้นต่ำเพื่อส่งออกให้ได้ราคาดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่ขายในประเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ก็ควรดูแลการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคให้เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเคร่งครัด

ถ้าดูเหตุผลที่เขาส่งคืนแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะผ่านมาตรฐานในประเทศ เช่น มีฝุ่นละอองปนเปื้อน มีเชื้อแบคทีเรีย มีสารปนเปื้อนสินค้าเน่าเสียเพราะฉะนั้น ถ้ามีการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการผลิตอาหารและสินค้าอุปโภคอย่างเข้มงวดแล้ว นอกจะทำให้สินค้าไทยที่ส่งไปอเมริกาได้รับการยอมรับไม่ถูกส่งกลับ แล้วยังเป็นคุณูปการแก่ชีวิตและสุขภาพของคนไทย

ผู้ผลิตรายใดที่สหรัฐสั่งห้ามไม่ให้ส่งสินค้าไปขายในสหรัฐควรได้รับการตรวจสอบว่ากำลังผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานสกปรกปนเปื้อนฝุ่นละอองและเชื้อโรคให้คนไทยบริโภคอยู่หรือไม่

ผมว่าแทนที่จะตำหนิติเตียนเขาว่ากลั่นแกล้งสินค้าที่ส่งออกจากประเทศของเราไปขายให้เขา น่าจะขอบคุณเขาที่ช่วยตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ผลิตในเมืองไทยแทนเรามากกว่า เพื่อให้คนไทยได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน มีฉลากระบุส่วนผสมและโภชนาการชัดเจน

อีกอย่างหนึ่งคือ ต่อไปนี้ เขาจะตรวจสอบกระบวนการผลิตไปจนถึงต้นตอมีการขึ้นทะเบียนผู้ผลิตกับหน่วยราชการของเขา ต้องผ่านมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารของเขาถึงจะส่งสินค้าไปขายในประเทศสหรัฐอเมริกาครอบคลุมถึงการใช้แรงงานผิดกฎหมายแรงงานเด็ก และการสวัสดิการที่ให้กับแรงงาน ซึ่งว่าไปแล้วช่วยเร่งรัดให้มีการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ในประเทศไทยซึ่งยืดเยื้อยาวนานมานับสิบปี ให้เร็วขึ้น จะอ้างว่าไทยยังไม่พร้อมที่จะเลิกใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือใช้แรงงานเยี่ยงทาสไม่ได้

สรุปแล้วเป็นหน้าที่ ของภาคธุรกิจและราชการของไทยที่ต้องแก้ไขและควบคุมกระบวนการผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่ายให้เป็นไปตามมาตรฐานของไทยและถ้าเป็นสินค้าส่งออกก็ต้องถูกต้องตามมาตรฐานและระเบียบของเขาด้วย

ที่น่าคิดคือ ถ้าเขาตรวจคุณภาพอาหารของเราอย่างเคร่งครัด ทำไมเราไม่ตรวจคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารและสินค้าอุปโภคต่างๆ ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างเคร่งครัดให้ถูกต้องตามมาตรฐานของเราบ้าง ไม่ใช่เฉพาะที่นำเข้าจากสหรัฐ แต่จากทุกประเทศเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพและสุขภาพของคนไทย ผมเห็นเดี๋ยวนี้มีการนำผลิตภัณฑ์อาหารผักสด และผลไม้ เข้ามาจากต่างประเทศ เต็มบ้านเต็มเมือง ไม่ทราบว่ามีหน่วยราชการไหนเคยเข้าไปตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานก่อนปล่อยให้เข้าประเทศไทยบ้างหรือไม่ และเคร่งครัดตรงไปตรงมาแค่ไหน

ขอย้ำอีกครั้งว่า ชีวิตคนไทยมีค่าไม่น้อยกว่าชีวิตคนอเมริกัน การแก้ไขปัญหาส่งออกไม่สำคัญเท่ากับการแก้ไขปัญหาสวัสดิภาพของคนไทยครับ

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย