
นับถอย 100 วัน ปิดฉากเหมืองพิจิตร
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
เหมืองแร่ทองคำชาตรี ตั้งอยู่ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร ดำเนินงานโดยบริษัทเหมืองแร่ทองคำอัครา รีซอร์สเซส ซึ่งบริษัทร่วมทุนระหว่างกลุ่มนักลงทุนชาวไทยกับกลุ่มคิงส์เกต จากออสเตรเลีย มาตั้งแต่ปี 2544 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 15 ปีเต็ม ภายใต้ประทานบัตรรวม 14 ใบ ครอบคลุมพื้นที่ ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และ ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ เพื่อแสวงหาแร่ทองคำในอาณาเขต 3,500 ไร่ โดยตลอดระยะเวลาที่ได้รับสัมปทานขุดหาแร่ทองคำได้ไปแล้วประมาณ 50 ตัน
ในช่วงที่กิจการเฟื่องฟูสุดขีด คือ ในช่วง 8 ปีแรกที่ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ โดยเหมืองแร่ทองคำชาตรีได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลและมาตรการต่างๆ ซึ่งในช่วงปีที่ 9-13 เสียภาษีในอัตราส่วนลด และเสียภาษีเงินได้เต็มอัตราในช่วงปีที่ 14 อย่างไรก็ตามเหมืองแร่ทองคำชาตรีได้เสียค่าภาคหลวงให้รัฐบาลอย่างสม่ำเสมอ รวมเป็นเงินมูลค่ามากกว่า 4,100 ล้านบาท โดยเหมืองแร่ทองคำชาตรีมีพนักงาน รวมไปถึงผู้รับจ้างงานตามภารกิจประมาณ 1,000 คน จ่ายเงินค่าแรงงานเดือนละกว่า 20 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เหมืองแร่ทองคำชาตรีวันนี้กำลังนับถอยหลังอีก 100 วัน ก็จะปิดฉากเหมืองแร่ทองคำชาตรีภายหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีคำสั่งเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีปิดกิจการโดยไม่มีเงื่อนไข แต่รัฐบาลยอมอนุญาตให้เหมืองแร่ทองคำชาตรีดำเนินกิจการต่อไปถึง 31 ธ.ค.นี้เท่านั้น ซึ่งสาเหตุที่นายกรัฐมนตรีสั่งปิดเป็นเพราะมีผู้ร้องทุกข์ ร้องเรียน ว่า เหมืองแร่ทองคำชาตรีเป็นต้นเหตุทำให้มีสารโลหะหนัก สารหนู สารไซยาไนด์ และอื่นๆ จนทำให้น้ำ พืชผัก นาข้าว มีสารพิษกินไม่ได้
การที่ พล.อ.ประยุทธ์ มีคำสั่งเด็ดขาดให้เหมืองหยุดดำเนินการทันทีหลังวันที่ 31 ธ.ค.นี้ มีคำถามสงสัยตามมาว่าเหตุใดนายกรัฐมนตรีถึงใช้มาตรการรุนแรงเช่นนั้น ทั้งๆ ที่ยังเหลืออายุสัมปทานอีกหลายสิบปี ซึ่งสาเหตุหลักน่าจะมาจากสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้งในพื้นที่ หรือมีเบื้องหลังที่มีกลุ่มทุนอื่นวิ่งเต้นรัฐบาลให้ล้มเหมืองเพื่อตนเองจะเข้าครอบครองกิจการแทน เพราะยังมีแร่ทองคำมูลค่าไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้านบาท
แหล่งข่าวจากกลุ่มนักธุรกิจ จ.พิจิตร รายหนึ่ง ระบุว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านเหมืองแบ่งออกเป็น 4 ฝ่าย คือ 1.กลุ่มพนักงานเก่าที่ถูกไล่ออก 2.กลุ่มชาวบ้านในพื้นที่กลุ่มเล็กๆ ที่มีอคติและเสียประโยชน์จากเรื่องนายหน้าและการค้าที่ดิน 3.กลุ่มนักวิชาการที่ต้องการปลุกปั่นและเรียกร้องขายความเป็นนักวิชาการเพื่อของบประมาณเข้ามาทำงานวิจัย เรียกร้องเงินคราวละหลายล้านบาทแลกกับรายงานเพียงไม่กี่แผ่น และ 4.กลุ่มนักประท้วงรับจ้างที่เป็นบุคคลภายนอกมาจากจังหวัดอื่นๆ รวมตัวออกมาเคลื่อนไหวไม่ถึงร้อยคน แต่ใช้ความใกล้ชิดกับสื่อมวลชนส่วนกลางในการช่วยประโคมข่าวถึงความน่ากลัวของการเปิดเหมือง
หลังคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ ขีดเส้นเหมืองต้องหยุดกิจการลงทันทีหลังวันที่ 31 ธ.ค.นี้ มีรายงานว่าเหมืองได้ปลดพนักงานออกไปแล้วกว่า 100 คน มีทั้งที่เต็มใจยอมออกเพื่อหวังเงินก้อนไปลงทุนค้าขายและทำการเกษตร มีให้ออกเนื่องจากเป็นกลุ่มงานที่สามารถลดทอนลงได้ แต่พนักงานกลุ่มหนึ่งที่เต็มใจออกก็หวังว่าวันหนึ่งที่เหมืองจะได้กลับมาดำเนินกิจการอีกครั้ง เพราะมีประสบการณ์ในการทำงานน่าจะได้รับการพิจารณาให้กลับมาทำงานอีกครั้ง
นับถอยหลังอีก 100 วันปิดฉากเหมืองแร่ทองคำอัครา จ.พิจิตร หากมองเชิงบวกถือว่าจะเป็นการพิสูจน์ความจริงในเรื่องของสารโลหะหนัก สารหนู สารไซยาไนด์ หรือเรื่องน้ำ เรื่องฝุ่นเรื่องพืชผักและนาข้าวได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำชาตรี ต้องรอจนกว่าปิดเหมืองลงเป็นทางการหลังวันที่ 31 ธ.ค.นี้ ว่าต้นเหตุปัญหาต่างๆ ดังที่กลุ่มต่อต้านออกมาเคลื่อนไหวกล่าวหาว่าเกิดจากเหมืองทองคำเท็จจริงแค่ไหน







