posttoday
นโยบายโลกสองขั้ว ฉุดตลาดพันธบัตรปั่นป่วน

นโยบายโลกสองขั้ว ฉุดตลาดพันธบัตรปั่นป่วน

19 กันยายน 2559

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์

ความต่างระหว่างพันธบัตรรัฐบาล 2 ปี และ 10 ปี ในหลายประเทศขยายตัวขึ้นทำสถิติ เช่น ความต่างในญี่ปุ่นที่ขยายตัวมากที่สุดในรอบ 7 เดือน ยูโรโซนที่ทำสถิติต่างกันมากที่สุดตั้งแต่เดือน พ.ค. ขณะที่สหรัฐห่างกันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ความต่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระหว่าง 5 ปี และ 30 ปี ขยายตัวติดต่อกันยาวนานมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2012 ก่อนหดตัวลงมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นตาม “การเก็ง” ว่าธนาคารกลางประเทศเศรษฐกิจมหาอำนาจระดับโลกที่มีกำหนดประชุมในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ทั้งธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ซึ่งต่างคาดจะขยายนโยบายผ่อนคลายการเงินเพิ่มและธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่อาจชะงักการเข้มงวดนโยบายการเงินไว้ก่อนในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย.นี้

“ตลาดทุนกลายเป็นสถานที่อันตรายในปัจจุบัน ด้วยการติดอยู่ระหว่างบีโอเจและเฟด” วาร์ด แมคคาร์ธี หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารเจฟเฟอรีย์ กล่าวเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 5 ปี และ 30 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกัน 9 วัน นับถึงวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องยาวนานที่สุดตั้งแต่ปี 2012 โดยต่างกันอยู่ 1.24% เมื่อเทียบกับ 1.02% เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนมักหันมาถือพันธบัตรระยะสั้นมากกว่า หากเก็งว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไปอีกสักระยะ เนื่องจากจะช่วยสร้างอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งจะลดค่าพันธบัตรระยะยาวในอนาคต

การเก็งว่าเฟดจะไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ยเกิดขึ้นหลัง ลาเอล เบรนนาร์ด สมาชิกคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ซึ่งนับเป็นคนสุดท้ายที่จะแสดงความเห็นก่อนการประชุมในสัปดาห์หน้า ระบุแสดงการชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไปก่อน เพื่อเปิดช่องให้อัตราเงินเฟ้อขยายตัว โดยตลาดให้ความน่าจะเป็นที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ใน 5 สำหรับการประชุมสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม สหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (ซีพีไอ) เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยดัชนีซีพีไอไม่รวมราคาอาหารและพลังงาน หรือคอร์ซีพีไอ ปรับขึ้น 2.3% ในช่วง 12 เดือนถึงเดือนส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อของเฟดที่ 2% แม้ซีพีไอรอบปีจะอยู่ที่ 1.1% ก็ตาม

ตัวเลขเศรษฐกิจดังกล่าวกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์นี้ เป็นผลให้ความต่างของผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะยาวของสหรัฐปรับตัวแคบลง จากการขายพันธบัตรระยะสั้น สังเกตได้จากผลตอบแทนพันธบัตร 2 ปี ที่ปรับขึ้น 0.04% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรอบสัปดาห์ที่มากที่สุดในรอบ 3 สัปดาห์ ขณะที่พันธบัตรระยะเวลา 30 ปี ปรับลง 0.02% เมื่อวันที่ 16 ก.ย. แม้จะปรับขึ้น 0.058% ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม

จากการรวบรวมข้อมูลของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก พบว่าทุกครั้งที่เฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมา จะทำให้ความต่างระหว่างผลตอบแทนแคบลง โดยพันธบัตรระยะยาวเป็นพันธบัตรที่ทำผลงานได้ดีกว่าพันธบัตรระยะสั้น

ความปั่นป่วนในตลาดพันธบัตรไม่ได้หยุดอยู่ที่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นทั่วโลกมาแล้ว จากการใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายแบบเข้มข้นของบีโอเจและธนาคารยุโรป (อีซีบี) ซึ่งต่างอยู่ในสถานการณ์เดียวกันคือ ไม่ว่าจะทุ่มเงินลงไปมากเท่าไร ก็ไม่สามารถผลักดันอัตราเงินเฟ้อให้ถึงเป้าหมายที่ 2% ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรบางส่วนติดลบ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า บีโอเจกำลังศึกษาการผลักดันให้ความต่างระหว่างผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและยาวเพิ่มมากขึ้น ด้วยการหาทางปรับลดผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นและระยะกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการกู้ยืมของเอกชนมากที่สุด ขณะที่หาทางผลักดันผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวจากอัตราต่ำสุดๆ

การเปิดเผยดังกล่าวทำให้ตลาดเก็งว่าบีโอเจจะออกกระตุ้นเพิ่มไม่ว่าจะลดอัตราดอกเบี้ยติดลบมากขึ้น หรือลดการซื้อพันธบัตรระยะยาว พร้อมเปลี่ยนแปลงอายุพันธบัตรที่จะซื้อตามโครงการ
ซื้อคืนสินทรัพย์ (คิวอี) มูลค่า 80 ล้านล้านเยน (ราว 24 ล้านล้านบาท) จะสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก เพราะการผลักดันให้ผลตอบแทนระยะยาวของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น และทำให้กระแสเงินที่เคยไหลไปลงพันธบัตรทั้งในสหรัฐและทั่วโลกที่ผลตอบแทนดีกว่าเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวไป

ไม่เพียงเท่านั้น ความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนไปดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตัดสินของนักลงทุนเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อการตัดสินใจของผู้กำหนดนโยบายในประเทศเศรษฐกิจมหาอำนาจอื่นอีกด้วย โดยในสัปดาห์นี้บีโอเจจะเปิดเผยความเคลื่อนไหวออกมาก่อนเฟดในวันที่ 21 ก.ย. ด้วยความต่างของเวลาที่ฝั่งตะวันออกเร็วกว่าตะวันตก

“บีโอเจมีโอกาสเป็นผู้เล่นที่สำคัญในการเคลื่อนไหวตลาด แม้ตามประวัติแล้วบีโอเจมักจะสร้างความผิดหวังอยู่เสมอ แต่บีโอเจอาจจะฉีกหน้าประวัติศาสตร์ และถอยออกจากคิวอีหันมาสร้างความต่างของผลตอบแทนพันธบัตรแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบกับตลาดพันธบัตรสหรัฐ” แมคาร์ธี กล่าว

ปกติแล้วความปั่นป่วนในพันธบัตรจะสวนทางกับตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 ก.ย. แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจะขึ้นและราคาปรับลดลงไป แต่ตลาดหุ้นสหรัฐกลับปรับตัวลดลงไปด้วย ซึ่งดาวโจนส์ปรับลงไปเกือบ 400 จุด ในวันเดียว โดยความไม่สัมพันธ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้ง ในรอบ 70 ปี คือปี 1965 1968 และ 1980 ซึ่งแม้โอกาสจะเกิดน้อย แต่ใช่จะไม่เกิดขึ้นเลย

ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐมักสร้างผลกระทบต่อตลาดหุ้นเอเชียในวันถัดมา ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจับตาความเคลื่อนไหวของบีโอเจให้ดี รวมถึงความเคลื่อนไหวต่อเนื่องของเฟดที่จะเปิดเผยออกมาในภายหลัง เพราะความเคลื่อนไหวเหล่านี้มักส่งผลกระทบทางใดทางหนึ่งตามมาไปทั่วโลกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท