
7วัยรุ่นปฏิเสธฆ่าชายพิการขายขนมปัง ศาลนัดอีกครั้ง19ธ.ค.
ทนายอนันต์ชัยเผย จำเลย 7 รายปฏิเสธก่อเหตุฆ่าชายพิการ ศาลนัดอีกครั้ง 19 ธ.ค.พร้อมให้มารดาผู้ตายร่วมเป็นโจทก์ด้วย
ทนายอนันต์ชัยเผย จำเลย 7 รายปฏิเสธก่อเหตุฆ่าชายพิการ ศาลนัดอีกครั้ง 19 ธ.ค.พร้อมให้มารดาผู้ตายร่วมเป็นโจทก์ด้วย
เมื่อวันที่ 19 ก.ย. เวลา 10.00 น. ที่ห้องพิจารณาคดี 903 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีดำ อ.2186/2559 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 9 ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ อายุ 21 ปี , นายอัครเดช หรืออั๋น ทัศนะ อายุ 22 ปี , นายมนต์มนัส หรือเต้ย แสงโพธิ์ อายุ 21 ปี , นายจตุพร หรือเบียร์ จันทร์โสภา อายุ 18 ปีเศษ , นายเมฆ พลไกรษร อายุ 19 ปี , นายอรินทร์หรือเตอร์ ยศพงศ์อนันต์ อายุ 19 ปี และน.ส.ณัฐณิชา หรือเกม ฤทธิ์ล้ำเลิศ อายุ 18 ปีเศษ เป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยมีอาวุธและร่วมกันพกพาอาวุธมีดไปในเมืองฯ โดยไม่มีเหตุอันควร สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ค.59 พวกจำเลยได้บุกเข้าไปในบ้านพักของสมเกียรติ ศรีจันทร์ อายุ 35 ปี ชายพิการอาชีพส่งขนมปังร้านปังหอม ใน ซ.โชคชัย 4 แขวง-เขตลาดพร้าว แล้วใช้อาวุธมีดแทงฟันนายสมเกียรติ เป็นบาดแผลหลายแห่งจนถึงแก่ความตาย
ในวันนี้นางทองคำ ศรีจันทร์ มารดาของนายสมเกียรติ เดินทางมาพร้อมนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ และญาติกว่า 10 คน ขณะที่ศาลเบิกตัวจำเลยทั้งเจ็ดมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางเพื่อร่วมกระบวนพิจารณาคดี ซึ่งศาลได้อธิบายคำฟ้องโดยสรุปให้จำเลยทั้งเจ็ดฟังแล้วสอบคำให้การ จำเลยทั้งหมดขอให้การปฏิเสธ ขณะที่ทนายความจำเลยขอเลื่อนนัดพร้อมตรวจหลักฐานออกไปก่อน เพื่อจะขอสอบข้อเท็จจริงทางคดีกับจำเลยให้ชัดเจนก่อน เพื่อจะแจ้งต่อศาลอีกครั้งว่าจะให้การรับสารภาพหรือไม่
ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี จึงให้นัดพร้อมและตรวจหลักฐานอีกครั้งในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ เวลา 13.30 น. ส่วนที่นางทอคำ มารดาของผู้เสียชีวิต ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วยนั้น ศาลได้สอบถามอัยการและฝ่ายจำเลยแล้วไม่คัดค้าน ซึ่งนางทองคำ เป็นมารดา จึงมีสิทธิที่จะเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้ในส่วนที่ได้รับความเสียหาย ศาลจึงอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมได้ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
นายอนันต์ชัย กล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดตรวจหลักฐาน ซึ่งฝ่ายโจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานจำนวน 37 อันดับ แต่มีการตัดพยานออกไปเหลือประมาณ 17-18 อันดับ และศาลได้อนุญาตให้มารดาผู้ตาย เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ตามที่ขอ ขณะที่ศาลได้อ่านคำฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งศาลให้โอกาสจำเลยทบทวนใหม่ เนื่องจากแผลที่ผู้ตายถูกทำร้าย 10 แห่งสามารถทำให้ถึงตายได้ทั้งนั้น หากจำเลยจะต่อสู้ว่าบันดาลโทสะหรือป้องกันตัวก็เชื่อได้ยาก แต่ถ้ายอมรับสารภาพโทษก็จะเบาลง เพราะจำเลยยังอยู่ในวัยที่เป็นเยาวชน ในส่วนญาติผู้ตายก็ให้ว่ากันไปตามกระบวนการกฎหมาย
ทั้งนี้ศาลได้ปรานีจำเลยให้กลับเนื้อกลับตัว และทางญาติจำเลยก็ไม่ได้มาประกันตัว อาจจะเพราะสำนึกผิดในสิ่งที่พวกจำเลยทำ แต่ก็ยังไม่มาขอโทษผู้เสียหาย ทางเราไม่ได้ใจร้ายจะเอาให้ถึงตาย เพราะทั้งเจ็ดคนก็ถือเป็นเยาวชน ความคิดอาจบกพร่องไปบ้างก็ให้อภัยได้ และเรื่องก็เกิดขึ้นนานแล้วญาติทำใจได้บ้าง อยากให้จำเลยสำนึกผิดเข้ามาขอโทษและเยียวยาผู้เสียหาย โทษหนักจะได้เบา ทางญาติผู้เสียหายก็ได้ยื่นขอให้พวกจำเลยร่วมชดใช้ค่าเสียหาย 2 ล้านบาท
ด้านนายคมเพชร จันทร์ปุ่ม ทนายจำเลย กล่าวว่า ยังไม่ได้หารือกับจำเลยว่าจะรับสารภาพหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฎตามสื่อจำเลยไม่ได้กระทำผิดตามที่โจทก์กล่าวหา แต่ผู้ตายกลับไปนำมีดมาทำร้ายกลุ่มจำเลยก่อน ซึ่งไม่ใช่มีดตัดขนมปัง จนจำเลยที่ 1 ได้รับบาดเจ็บที่แขน กลุ่มจำเลยจึงตอบโต้กลับถือเป็นการทะเลาะวิวาท ส่วนประเด็นการตรวจพบสารเสพติดในร่างกายผู้ตายก็จะหยิบยกมาเป็นข้อต่อสู้ด้วยเช่นกัน







