
สปอตไลต์ส่อง"ประยุทธ์" พัฒนาการบนเวทียูเอ็น
"สหรัฐเห็นว่าไทยเป็นประเทศตัวอย่างหนึ่งในเอเชีย ในการบริการจัดการเรื่องสิทธิผู้ลี้ภัยที่มีความก้าวหน้ากว่าหลายประเทศ"
โดย...ฐายิกา จันทร์เทพ
สัปดาห์นี้ระหว่างวันที่ 18-24 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมที่จะผงาดโชว์วิสัยทัศน์และสร้างภาพลักษณ์ของรัฐบาลไทยบนเวทีนานาชาติอีกครั้งถึง 2 เวทีด้วยกัน
1.เวทีการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ณ สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐ เป็นการประชุมสุดยอดระดับผู้นำ ผู้ลี้ภัย ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสหรัฐ โดยบทบาทของประเทศไทยครั้งนี้จะเน้นและสนับสนุนให้ประเทศช่วยกันแบ่งเบาภาระปัญหา และสนับสนุนในการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยมากขึ้น และ 2.การประชุมกลุ่ม จี77 ซึ่งนายกฯ ทำหน้าที่เป็นประธาน โดยวาระในการแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในบริบทของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยถึงกำหนดการต่างๆ ว่า การเดินทางไปครั้งนี้นายกฯ จะไปเข้าร่วมประชุม 3 เวทีหลักๆ อาทิ เวทีใหญ่ของยูเอ็น 2 เวที รวมถึงเวที 77 และเวทีการประชุมสุดยอดผู้ลี้ภัย ซึ่งเป็นเวทีที่ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ จัดขึ้น สำหรับกำหนดการร่วมประชุม
วันที่ 20 ก.ย. นายกฯ จะพูดบนเวทีประชุมสุดยอดระดับผู้นำด้านผู้ลี้ภัย เนื่องจากสหรัฐเห็นว่าไทยเป็นประเทศตัวอย่างหนึ่งในเอเชีย ในการบริการจัดการเรื่องสิทธิผู้ลี้ภัยที่มีความก้าวหน้ากว่าหลายประเทศ ซึ่งนายกฯ จะรายงานความคืบหน้าการจัดการปัญหาผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย ผู้ลี้ภัย ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบและคนไร้สัญชาติทั้งระบบ รวมถึงเล่าให้นานาชาติฟังว่าที่ผ่านมาไทยดูแลผู้ลี้ภัยกว่าล้านคนที่หลบหนีจากสงครามอย่างไร จนทำให้ปัจจุบันเหลืออยู่แสนกว่าคนตามแนวชายแดนก่อนที่จะเตรียมส่งกลับ
วันที่ 21 ก.ย. นายกฯ จะร่วมประชุมเวทีใหญ่ยูเอ็น พูดเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการนำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ให้เกิดการพัฒนา นอกจากนี้จะมีประชุมเวทีย่อยในเรื่องการต่อต้านการดื้อยา ในวันเดียวกันนี้นายกฯ และผู้นำหลายประเทศจะร่วมงานเลี้ยงอำลาตำแหน่ง ประธานาบดีสหรัฐสมัยสุดท้ายด้วย
วันที่ 22 ก.ย. นายกฯ จะพบคนไทยทีมไทยแลนด์และทวิภาคี และในระหว่างวันนายกฯ จะพบผู้นำหลายประเทศแถบตะวันออกกลางและเอเชีย ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อขอพบมาแล้ว
วันที่ 23 ก.ย. นายกฯ จะเข้าร่วมประชุม จี77 เป็นการพูดคุยจะเน้นเรื่องเยาวชนและความร่วมมือในกลุ่มประเทศยากจน ประเทศกำลังพัฒนา และไทยจะเล่าถึงการทำงานในฐานะประธาน จี77 ตลอดหนึ่งปีที่ทำมาว่าดำเนินการอะไรไปบ้าง ก่อนที่จะส่งมอบตำแหน่งประธานกลุ่ม จี77 ให้กับประเทศเอกวาดอร์
ต่อไป และวันที่ 24 ก.ย. นายกฯ จะไปพูดถ้อยแถลงในที่ประชุมใหญ่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติก่อนเดินทางกลับไป
ปณิธาน กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ประเทศไทยในสายตานานาชาติถือว่ามีปฏิกิริยาตอบรับที่ดีขึ้นมาก หลังการลงประชามติวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา และการไปสหรัฐครั้งนี้ นายกฯ จะมีการชี้แจงเรื่องต่างๆ อาทิ การยกเลิกกฎอัยการศึก รวมถึงการยกเลิกกระบวนการยุติธรรมของศาลทหาร รายงานความคืบหน้าเหตุระเบิด 7 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ให้นานาชาติได้รับทราบ และหลังจากที่นายกฯ เดินทางกลับมาจะมีการประเมินแผนอีกครั้ง แต่ก็เชื่อว่าการไปครั้งนี้จะมีปฏิกิริยาตอบรับที่ดีขึ้น
ด้าน ยุทธพร อิสรชัย รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า เวทียูเอ็นครั้งนี้จะเป็นเวทีหนึ่งที่นายกฯ สามารถใช้โอกาสสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศ ในเรื่องของปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน รวมไปถึงมาตรการในการกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งประเด็นเหล่านี้เป็นจุดใหญ่ของภาพลักษณ์และเป็นปัญหาที่ต่างประเทศมองไทยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
“การยกเลิกบังคับใช้มาตรา 44 เรื่องของศาลทหารที่ให้ไปใช้ศาลยุติธรรม เป็นจุดหนึ่งที่จะต้องสะท้อนท่าทีให้เห็นว่า วันนี้รัฐบาลพยายามคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ ไปในทางที่เปิดกว้างมากขึ้น นอกจากในเรื่องที่ดำเนินการไปแล้วควรจะต้องมีอีกหลายๆ เรื่องที่ต้องสร้างความเชื่อมั่น เช่น เรื่องโรดแมปสู่การเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้เมื่อไหร่ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ รวมถึงเรื่องต่างๆ ที่จะสะท้อนให้เห็นว่าเป็นการคืนประชาธิปไตยให้กับประชาชนอย่างแท้จริง และที่สำคัญที่ต้องทำควบคู่คือการสร้างความเชื่อมั่นในสภาวะเศรษฐกิจของประเทศ สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศนั้นดีขึ้น ซึ่งก็อันนั้นจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับการประชุมครั้งนี้”
เปิดสาระสำคัญการประชุม
1.สหประชาชาติได้กำ หนดประเด็นหลักของการประชุมคือ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน : การผลักดันในระดับสากลเพื่อการเปลี่ยนแปลงโลกของเรา (The Sustainble Development Goals : a universal push to trans- form our world)”
2.ร่างเอกสารท่าทีไทยสำ หรับการประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญครั้งที่ 71 สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประเทศ และทำ ให้ประชาคมระหว่างประเทศตระหนักถึงบทบาทของไทยในฐานะสมาชิกที่ดีของสหประชาชาติ และในฐานะประธานกลุ่ม จี77 ซึ่งไทยแสดงบทบาทนำ ที่แข็งขันและสร้างสรรค์ในการผลักดันผลประโยชน์ของประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะการนำ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสนับสนุนการอนุวัตเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ ซึ่งสอดคล้องกับหัวข้อหลักของการอภิปรายทั่วไปของที่ประชุมในปีนี้
ระเบียบวาระการประชุมสมัชชา สหประชาชาติที่ไทยให้ความสำคัญใน แต่ละหมวด รวมทั้งสิ้น 9 หมวด ได้แก่
1.การส่งเสริมการพัฒนาและการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
2.การรักษาสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ
3.การพัฒนาแอฟริกา
4.การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
5.การประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพในการให้ความช่วยเหลือทางมนุษยชน
6.การส่งเสริมความยุติธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศ
7.การลดอาวุธ
8.การควบคุมยาเสพติดและการก่ออาชญากรรมและการก่อการร้ายระหว่างประเทศ
9.การบริหารโอกาสและอื่นๆ







