
เพื่อไทยป้องยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์
ทนายยิ่งลักษณ์ซัด บิ๊กตู่ เลือกปฏิบัติ ด้าน “จตุพร” ชี้ ไม่มีใครกล้าลงนามเรียกค่าเสียหายรับจำนำข้าว สะท้อนว่าไม่แน่ใจกับข้อหาที่เอาผิด
ทนายยิ่งลักษณ์ซัด บิ๊กตู่ เลือกปฏิบัติ ด้าน “จตุพร” ชี้ ไม่มีใครกล้าลงนามเรียกค่าเสียหายรับจำนำข้าว สะท้อนว่าไม่แน่ใจกับข้อหาที่เอาผิด
นายนพดล หลาวทอง ทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การออกคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้กรมบังคับคดีมีอำนาจยึดทรัพย์ผู้ต้องรับผิดในโครงการรับจำนำข้าวนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะเป็นการรวบรัดหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้กระบวนการพิจารณาโดยศาลยุติธรรมปกติ แต่กลับตัดตอนใช้วิธีคำสั่งทางปกครองให้รับผิดทันทีแทนการฟ้องคดีต่อศาล
นอกจากนี้ ยังเป็นการชี้นำการพิจารณาคดีอาญาที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาล และคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งที่ยังพิจารณาคดีไม่เสร็จสิ้น ดังนั้นการออกคำสั่งครั้งนี้ จึงไม่มีความจำเป็น เป็นการข้ามขั้นตอนและเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างมาก
นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จะไปยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีที่ศูนย์บริการประชาชน เพราะเห็นว่าการเตรียมยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีละเลยปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเป็นการเลือกปฏิบัติ ทั้งที่การตรวจสต๊อกข้าวยังไม่แล้วเสร็จ ที่สำคัญยังไม่ผ่านการสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
ขณะเดียวกันยังมีความพยายามเอาผิดเฉพาะสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ แต่กับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ ซึ่งดำเนินโครงการรับจำนำข้าวในราคาสูงกว่าราคาตลาดมาก่อน กลับไม่มีการตั้งเรื่องสอบ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ ตั้งธงเอาผิดเฉพาะบางคนบางกลุ่มโดยไม่คำนึงถึงความยุติธรรม
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า สิ่งที่เห็นขณะนี้จากความพยายามมุ่งยึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในคดีจำนำข้าว แต่ปัจจุบันยังไม่มีใครลงนามรับรองความเสียหายที่กล่าวหาเพื่อให้กรมบังคับคดีนำไปยึดทรัพย์ รมว.พาณิชย์ก็บอกปัด เมื่อมอบหมายให้ปลัดกระทรวงพาณิชย์ก็ไม่กล้าลงนาม สะท้อนถึงภาวะลังเล การไม่แน่ใจกับข้อหา ทำให้กลัวว่าถ้าลงนามให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รับผิดก็อาจถูกฟ้องกลับได้
นายจตุพร กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้มีความพยายามจะกวาดล้างนักการเมืองพรรคฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะการล้างบางอดีตพรรคร่วมรัฐบาลโดยเน้นความสะใจเท่านั้น







