
เรียกความเชื่อมั่น
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แวดวงการเงินการธนาคารประสบปัญหาความไม่เชื่อมั่นในการใช้ระบบธนาคารทางอินเทอร์เน็ต เพราะมีลูกค้าธนาคารหลายรายได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ เงินหายออกไปจากบัญชีจนทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการใช้บริการระบบโมบายแบงก์กิ้ง และอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แวดวงการเงินการธนาคารประสบปัญหาความไม่เชื่อมั่นในการใช้ระบบธนาคารทางอินเทอร์เน็ต เพราะมีลูกค้าธนาคารหลายรายได้รับความเสียหายจากการใช้บริการ เงินหายออกไปจากบัญชีจนทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในการใช้บริการระบบโมบายแบงก์กิ้ง และอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
นอกจากนี้ ผลจากการที่ตู้เอทีเอ็มกว่า 20 เครื่อง ของธนาคารออมสินที่ถูกแฮ็กเกอร์ต่างชาติปล่อยมัลแวร์เจาะระบบเอทีเอ็มของธนาคารขโมยเงินไปได้ 120 ล้านบาท ก็ยิ่งทำให้ผู้บริโภคเริ่มไม่แน่ใจที่จะใช้บริการธนาคารออนไลน์ สวนทางกับการประกาศให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในการขับเคลื่อน
ปัญหาความไม่ปลอดภัยนี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการวางระบบชำระเงินแห่งชาติ (เนชั่นแนล อี-เพย์เมนต์) ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการและเปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียนใช้ระบบพร้อมเพย์ ซึ่งระบบดังกล่าวรัฐบาลจะนำร่องมาใช้กับผู้รับสวัสดิการจากรัฐ และพยายามส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบชำระเงินเพิ่มขึ้น ลดการใช้เงินสดเพื่อประหยัดงบประมาณในการพิมพ์ธนบัตร และเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินให้ดียิ่งขึ้น
ความพยายามแก้ไขปัญหาความเชื่อมั่นนี้ ทางฝั่งของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะหน่วยงานกลางที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของระบบโดยตรง ได้ลงมาช่วยหาทางช่วยอุดช่องโหว่ ซึ่งได้กำหนดมาตรการเพิ่มเติมหลายประเด็น
มาตรการสำคัญที่ กสทช.ระบุให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องดำเนินการคือ การให้เจ้าของหมายเลขโทรศัพท์มาแสดงตัวตนในกรณีที่ซิมการ์ดหาย หรือออกซิมการ์ดใหม่ ไม่ให้มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพแอบอ้างออกซิมไปก่อความเสียหายได้อีก
นอกจากนี้ ให้ทางธนาคารมอบเลขหมายโทรศัพท์ของผู้ใช้บริการธนาคารออนไลน์ทั้งหมด 15 ล้านราย ให้ กสทช.มอบให้บริษัทมือถือเพื่อดูแลเป็นพิเศษไม่ให้เกิดปัญหาความปลอดภัย
อย่างไรก็ดี ทางด้านธนาคารพาณิชย์ที่ให้บริการธนาคารออนไลน์เอง ก็จะต้องมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีให้กับลูกค้า ทั้งภายในธนาคารเอง และควรจะจัดทำคู่มือการใช้บริการธนาคารออนไลน์ที่ถูกต้องให้กับลูกค้าเพื่อปฏิบัติตามการใช้งานที่ถูกต้อง และกรณีมีปัญหาจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
นอกจากนี้ ลำดับชั้นของความรับผิดชอบหากเกิดความเสียหายขึ้น ใครจะต้องรับผิดชอบตามลำดับชั้นบ้าง กรณีใดที่ลูกค้าต้องรับผิดชอบ กรณีใดที่ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบ ต้องกำหนดให้ชัดเจนเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อการเรียกร้องค่าเสียหาย
การร่วมมือร่วมใจแก้ไขปัญหาจะทำให้ระบบเดินหน้าต่อไปได้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ รัฐบาลควรจะพิจารณาด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองผู้บริโภค การรักษาความลับ กฎหมายทั้งหมดต้องดำเนินการให้เป็นสากลเพื่อเรียกความเชื่อมั่นว่าระบบชำระเงินของไทยได้มาตรฐาน
เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลควรจะทำเพิ่มเติม อาจจะเพิ่มต้นทุนบ้าง แต่ทำแล้วจะส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม







