
เช็กบิลเทียนจิน
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ
เป็นที่รับรู้กันว่า สาเหตุเสี้ยวหนึ่งที่ทำให้เศรษฐกิจจีนไม่อู้ฟู่เหมือนในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานั้น มาจากการเข้มงวดปราบปรามการคอร์รัปชั่น ของรัฐบาลยุคประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ประกาศเอาจริงกับปัญหาการทุจริตมาตั้งแต่ช่วงรับตำแหน่งใหม่ๆ ในปี 2012
การเอาจริงของหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์จีนส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่อธุรกิจสินค้าฟุ่มเฟือย ตั้งแต่นาฬิกาหรู เสื้อผ้า เครื่องประดับ การเดินทาง ไปจนถึงอาหารหรูอย่างหูฉลาม และการผ่องถ่ายเงินทองออกไปต่างประเทศโดยอ้างลูกหลานที่ไปเรียนต่อเมืองนอกบังหน้า ซึ่งล้วนถูกกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง
เคสซึ่งเป็นที่โจษจันกันมากที่สุดเพราะโยงถึงตัวผู้บริหารระดับสูงที่สุดรายหนึ่งที่เคยมีมาก็คือ โจวหย่งคัง อดีต 1 ใน 9 สมาชิกถาวรประจำกรมการเมืองจีน หรือคณะโปลิตบูโรอันทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ ซึ่งถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตไปแล้วเมื่อกลางปีที่ผ่านมา
ทว่าล่าสุดเพิ่งมีกรณีฮือฮาขึ้นมาอีกครั้งกับเคสของ หวงซิงกั๋ว เพราะเป็นผู้ทรงอิทธิพลที่มีดีกรีเป็นถึงเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และนายกเทศมนตรีประจำเมืองเทียนจิน 1 ใน 4 เมืองเทศบาลนครของจีนนอกจากปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และฉงชิ่ง และยังเป็นเมืองที่เป็น 1 ในพื้นที่สีแดงแห่งการยกเครื่องปราบคอร์รัปชั่น
อาจกล่าวได้ว่าจีนใช้เวลานาน 13 เดือน ในการตั้งสอบหวงและเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่ง หลังจากที่เกิดกรณีระเบิดครั้งรุนแรงที่โกดังในเมืองเทียนจิน เมื่อเดือน ส.ค. 2015 ซึ่งเป็นระเบิดครั้งรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาด 2-3 แมกนิจูดตามมา มีผู้เสียชีวิตราว 170 คน และจุดกระแสความโกรธแค้นไปทั่วประเทศ
เพราะเหตุระเบิดอย่างผิดปกติในครั้งนั้นยังโยงใยถึงการคอร์รัปชั่นในวงกว้าง ในกระบวนการตรวจสอบและควบคุมดูแลความปลอดภัยของเมือง ที่ถือเป็นฐานสำคัญของโรงงานผลิตและอุตสาหกรรมในปัจจุบันของจีน ซึ่งการปล่อยให้เกิดระเบิดขนาดที่ดาวเทียมจากนอกโลกสามารถจับภาพลูกไฟที่ระเบิดได้ราวกับระเบิดนิวเคลียร์นั้น ทำให้สังคมล้วนตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบดูแลของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่อาจเกี้ยเซี้ยกันกับบริษัทเอกชนใหญ่ผู้เป็นเจ้าของโรงงานเคมีต้นเหตุ
ในช่วงแรกๆ หลังเหตุระเบิด สีถูกตั้งคำถามด้วยว่ามาตรการปราบคอร์รัปชั่นอาจเป็นแค่ลมปากเท่านั้นเพราะไม่สามารถลากคนผิดมาลงโทษได้ และวิจารณ์ว่าแคมเปญต้านคอร์รัปชั่นเป็นเพียงเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม
การเช็กบิลเทียนจินครั้งนี้จึงถือเป็นการลงมือทำตามคำมั่นที่ประกาศไว้ โดยหวง ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่สุดของพรรคคอมมิวนิสต์รองจาก โจวหย่งคัง ที่ถูกตั้งสอบ โดยเคยเป็นถึง 1 ในตัวเต็งกรรมการ
โปลิตบูโรมาแล้ว และแน่นอนว่าการได้ขึ้นมาคุมเมืองเทียนจิน ย่อมมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับคนระดับผู้นำของจีน
ในอีกด้านหนึ่ง จีนยังสั่งปลดสมาชิกสภาประชาชนแห่งชาติอีก 45 คน ที่พัวพันกับข้อกล่าวหาซื้อเสียง ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจีน และแม้ว่าสภาแห่งนี้จะได้ชื่อว่าเป็นสภาตรายาง เนื่องจากไม่ได้มีอำนาจจริงในการบริหาร แต่ก็ถือเป็นการสะท้อนเชิงสัญลักษณ์ในยุคแห่งอินเทอร์เน็ตและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วว่า จีนจะยังไม่หยุดแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นอย่างแน่นอน







