posttoday
รพ.ยันฮีรักษาให้ฟรี "นักเรียนหญิง" ถูกครูปาแก้วใส่จนปากเบี้ยว

รพ.ยันฮีรักษาให้ฟรี "นักเรียนหญิง" ถูกครูปาแก้วใส่จนปากเบี้ยว

14 กันยายน 2559

โรงพยาบาลยันฮีรักษาให้ฟรี นักเรียนหญิงม.5ที่ถูกครูปาแก้วใส่กกหูซ้ายจนปากเบี้ยว แพทย์ชี้ถือว่ามีอาการสาหัสเพราะรักษามาแล้ว 1 เดือนแต่ไม่หาย

โรงพยาบาลยันฮีรักษาให้ฟรี นักเรียนหญิงม.5ที่ถูกครูปาแก้วใส่กกหูซ้ายจนปากเบี้ยว แพทย์ชี้ถือว่ามีอาการสาหัสเพราะรักษามาแล้ว 1 เดือนแต่ไม่หาย

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้พา น้องทราย นักเรียนหญิงชั้น ม.5 อายุ 17 ปี ที่ถูกครูปาแก้วใส่บริเวณกกหูซ้ายจนเป็นเหตุให้ปากเบี้ยว เดินทางมายังโรงพยาบาลยันฮี เพื่อเข้าพบ นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลยันฮี พร้อม นพ.สุธน พิศูทธินุศาสตร์ ผู้อำนวยการฝ่ายอำนวยการ และ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจอาการในเบื้องต้นก่อนทำการรักษา

นางปวีณา เปิดเผยว่า น้องทรายและครอบครัวได้เดินทางมาพบพร้อมเล่าเรื่องราวให้ฟัง ตนจึงโทรศัพท์สอบถามไปยังสภ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ทราบว่าได้เรียกครูคนดังกล่าวมาสอบปากคำ และอยู่ระหว่างดำเนินการด้านคดี ตอนนี้เรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนที่สุดคือการช่วยรักษา น้องทรายเพราะที่ผ่านมาแพทย์ลงความเห็นว่าหากปล่อยนานไปใบหน้าอาจจะพิการถาวร โดยในส่วนของคดีให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ และต้องให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลยันฮี ที่ให้การช่วยเหลือและรับรักษาน้องทราย

นพ.สุธน กล่าวภายหลังการตรวจอาการน้องทรายว่า จากการดูผลการตรวจจาก 2 โรงพยาบาลที่ น้องทรายไปทำการรักษา เบื้องต้นแพทย์ระบุว่ามีอาการเส้นประสาทคู่ที่ 7 อักเสบ จากการได้รับการกระทบกระเทือน นอกจากนี้ยังมีการตรวจด้านสมองพบว่าไม่มีการแตกร้าวของกระดูก ซึ่งก็ตรงกับการตรวจเบื้องต้นของโรงพยาบาลยันฮี

ด้าน นพ.สุพจน์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น กระดูกไม่น่าจะมีการแตกหัก แต่พบว่า น้องทรายมีอาการเจ็บที่บริเวณใบหน้าทางด้านซ้ายอย่างมาก แต่ใบหน้าด้านขวาไม่มีอาการอะไร จากการตรวจพบว่าใบหน้าด้านขวาทำงานปกติ แต่ใบหน้าด้านซ้ายกลับไม่ทำงาน เพราะเมื่อยิ้มเส้นประสาททางด้านขวาสั่งให้ยิ้มได้ปกติ แต่เส้นประสาทด้านซ้ายกลับไม่สามารถสั่งงานให้ยิ้มได้ รวมไปถึงดวงตาที่ตาขวาสามารถหลับตาได้ปกติ แต่ตาซ้ายกลับไม่สามารถหลับตาได้สนิท อาจจะเกิดจากเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของหนังตาไม่สามารถสั่งให้หนังตาปิดได้ ซึ่งหากตาไม่สามารถปิดสนิทจะทำให้ตาแห้ง และจะอักเสบ จากนั้นลูกตาจะมีลักษณะขุ่น ทำให้การมองเห็นไม่ชัด พร่ามัว และอาจทำให้ตาบอด

ทั้งนี้ต้องไปดูว่าอาการที่เกิดขึ้นเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบจนไปทับเส้นประสาทหรือเส้นประสาทอักเสบหรือว่าเส้นประสาทขาด ซึ่งแนวทางในการรักษานั้นหากกล้ามเนื้อทับเส้นประสาทและเส้นประสาทอักเสบก็จะต้องรักษาให้ยาตามปกติ แต่ถ้าหากเส้นประสาทขาดต้องทำการเปิดแผลเพื่อเย็บเส้นประสาท ซึ่งระยะเวลาในการรักษาเกี่ยวกับระบบประสาทนั้นจะใช้เวลานาน ประมาณ3-6 เดือน แต่ที่สำคัญคือต้องตรวจหาสาเหตุก่อนว่าอาการเช่นนี้เกิดจากสาเหตุใดซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3 วันในการตรวจอย่างระเอียด ในกรณีนี้ถือว่าที่มาของสาเหตุในการเกิดนั้นค่อนข้างชัดเจนว่าถูกกระแทกที่บริเวณกกหู ซึ่งบริเวณดังกล่าวตรงกับเส้นประสาทจากสมองคู่ที่7 โดยเส้นประสาทคู่นี้เป็นลักษณะคล้ายรากแก้วจะแยกย่อยรากฝอยออกเป็น5เส้น แบ่งเป็นควบคุมบริเวณเปลือกตาบน ,ด้านล่างตา ,แก้ม ,ริมฝีปาก และบริเวณคาง ซึ่งอาการที่เกิดกับ น้องทรายเชื่อได้ว่าแรงกระแทกน่าจะเกิดจากเส้นประสาทรากแก้วซึ่งเป็นต้นตอใหญ่ที่ใช้ควบคุมส่วนต่างๆทั้ง5 ส่วน

นอกจากนี้ทาง โรงพยาบาลยันฮี ได้เตรียมแพทย์อายุรกรรม แพทย์ด้านประสาทและตามาร่วมรักษาด้วย ซึ่งลักษณะอาการดังกล่าวถือว่าสาหัส เพราะใช้ระยะเวลาในการรักษามาแล้วประมาณ1เดือนแล้วยังไม่หาย หากปล่อยทิ้งไว้กล้ามเนื้อบริเวณหน้าด้านซ้ายฝ่อจนทำให้เสียบุคลิก

ขณะที่ น้องทราย กล่าวว่า ตามที่ครูพลศึกษาที่ปาแก้วใส่ไปบอกกับผู้อำนวยการโรงเรียนว่า ปาแก้วใส่ผนังไม่ได้ตั้งใจปาใส่ตนนั้น ตนคิดว่าครูเป็นครู ครูควรจะแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้กระทำไป ทั้งนี้ตนมีความหวังว่าจะต้องหายเป็นปกติ และรู้สึกโล่งใจมากที่มูลนิธิปวีณา และโรงพยาบาลยันฮี เข้ามาช่วยเหลือรับรักษาตนไว้ 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์